วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
...นิทานความรักของ ดอกไม้ สายลม แสงแดด และก้อนเมฆ...
...นิทานความรักของ ดอกไม้ สายลม แสงแดด และก้อนเมฆ...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่แสงตะวัน สายลม และก้อนเมฆเดินทางมายังโลกใหม่ ๆ ทั้งสามชวนกันท่องเที่ยวไปทุกหนแห่ง จนกระทั่งพบกับดอกไม้เล็ก ๆ ดอกหนึ่ง
แสงตะวัน สายลม และก้อนเมฆไม่เคยรู้จักชีวิตเล็ก ๆ ที่งดงามอ่อนหวานและอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน ทั้งสามตกหลุมรักดอกไม้น้อนในทันที และต่างก็หมายมั่นที่จะได้หัวใจของดอกไม้มาครอบครอง
แสงตะวันนำของขวัญไปให้ดอกไม้แต่เช้าตรู่
“แสงแรกจากขอบฟ้า เธอคือสิ่งแรกที่ฉันมองหาจากฟากฟ้าแสนไกล” แสงตะวันอันอบอุ่นกล่าว
ส่วนสายลมนั่นล่ะก็ไม่ยอมแพ้
“มาสิดอกไม้น้อย ฉันจะสอนเธอให้เริงระบำ โอบล้อมด้วยสายลมหอมหวาน กล่อมเธอด้วยบทเพลงดอกไม้บาน แม่ดอกไม้แสนหวาน...นี่คือของขวัญแด่เธอ”
ก้อนเมฆเฝ้าดูคู่แข่งทั้งสองอย่างหนักใจ แต่ในที่สุดคิดได้ ก้อนเมฆค่อย ๆ ลอยต่ำลง...ต่ำลง แล้วกลั่นตัวเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ โปรยปราย
“ความรักของฉันคือสายฝนฉ่ำเย็น หวังเพียงเห็นเธอเติบโต งดงาม” ก้อนเมฆเอ่ย
ดอกไม้มองดู แสงตะวัน สายลม และก้อนเมฆด้วยสายตาอ่อนโยน หัวใจน้อย ๆ รับรู้ถึงความงดงามของความรัก แต่ทว่า...
“ขอบคุณสำหรับความรักที่พวกท่านมีให้ เป็นสิ่งดี ๆ ที่ฉันจะเก็บไว้ระลึกถึงตลอดไป หากแต่ฉันไม่สามารถรับของขวัญจากท่านได้ เพราะหัวใจของฉันนั้นเป็นของผืนดิน” ดอกไม้กล่าว “ฉันเสียใจ” ดอกไม้น้อยหลั่งน้ำตา
แสงตะวัน สายลม และก้อนเมฆ มองดูดอกไม้น้อยด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เธอร้องไห้เพราะสงสารพวกเราอย่างนั้นหรือ” แสงตะวันรำพึง
“ฉันว่าเธอเสียใจที่ทำให้เราผิดหวังมากกว่า” สายลมกระซิบตอบ
“แต่ฉันว่า เธอช่างแสนดีกว่าใคร ๆ ที่พวกเราเคยตกหลุมรักมา” ก้อนเมฆสรุป “เราน่าจะช่วยกันทำให้ดอกไม้น้อย ๆ ที่รักของเราหายเศร้าและมีความสุขดังเดิมดีกว่า”
และแล้วแสงตะวันอันอบอุ่นก็ฉายส่อง สายลมอ่อน ๆ พัดโชย ก้อนเมฆโปรดหยาดฝนเป็นละออง
“อย่าเสียใจไปเลยดอกไม้น้อย พวกเรามีความสุขดีที่มีความรัก และจะมีความสุขมากหากได้เห็นเธอแย้มบาน” แสงตะวันกล่าว
“และนี่คือของขวัญสำหรับเธอ สำหรับความรัก ความรู้สึกดี ๆ ที่เราต่างมีให้แก่กัน” สายลมและก้อนเมฆกล่าวแก่ดอกไม้ซึ่งหยุดร้องไห้และยิ้มได้ทั้งน้ำตา
นับแต่นั้นมา...สามนักเดินทางจากฟากฟ้าก็ช่วยกันดูแลดอกไม้น้อย ๆ อันเป็นที่รักของพวกเราเสมอ และในทุกที่ซึ่งมีดอกไม้แย้มบาน...จะมีความรักอันอ่อนหวานของแสงตะวัน สายลม และก้อนเมฆโอบล้อมอยู่เป็นนิจ
ที่มา : รักษิตา
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
...แก้วเจ้าจอม หอมรวยริน...

แก้วเจ้าจอม
ชื่อสามัญ Lignum Vitage
ชื่อวิทยาสาสตร์ Guaiacum Officinale Linn
วงศ์ ZYGOPHYLLACEAE
แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ดอกประวัติศาสตร์ ต้นแรกในเมืองไทย มีอายุกว่า 100 ปี มีความเป็นมาว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจองเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้พันธุ์มาเมื่อคราวเสด็จประพาสอินเดีย ทรงนำมาปลูกไว้ในพระราชอุทยานวังสวนสุนันนทา ด้านหลังเนินพระนาง หรือพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันนทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวี( ปัจจุบันตือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) เป็นต้นแก้วเจ้าจอมลักษณะใบประกอบ 2 คู่ ( คือสี่ใบ)
แก้วเจ้าจอม ได้ถูกจัดลำดับเป็นพืชพันธุ์อนุรักษ๋ในบัญชี 2 ภายใต้พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2525 กรมส่งเสริมการเกษตร ศาสตราจารย์ เต็ม สมิตินันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤษศาสตร์ เป็นผู้ตั้งชื่อไม้ชนิดนี้ว่า "แก้วเจ้าจอม" หรือ " น้ำอบฝรั่ง" ปัจจุบันเป็นดอกไม้สัญลักษร์ประจำมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ยังมีแก้วเจ้าจอม ชนิด 3 ใบคู๋ คือ หกใบ ดังในภาพประกอบ เป็นไม้พุ่มสวย มีลักษณะใบประกอบ 3 คู่ ปลูกไว้ ณ ฝ่ายปฎิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง ปัจจุบัน ไม้ต้นนี้มีอายุ 26 ปี (ณ วันลงข้อมูล ของ http://www.rdi.ku.ac.th/ โดย อุดม แก้วสุวรรณ และคณะ
แก้วเจ้าจอม เป็นพันธุ์ไม้จาก หมู่เกาะอินดีสตะวันออก จะออกดอกกลีบสีม่วงคราม (สีฟ้าอมม่วง)มีเกสรสีเหลือง ในช่วง เดือน สิงหาคม-ตุลาคม และ ธันวาคม - เมษายน มีกลิ่นหอม ผลของแก้วเจ้าจอม สีเหลือง เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม การขายพันธุ์ โดย เมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำ การปลูก ควรปลูกในที่แสงแดดรำไร เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตร
แก้วเจ้าจอม เป็นพันธุ์ไม้ที่ปัจจุบันซื้อหาได้ทั่วไป เมื่อสิบกว่าปีก่อน พลอยโพยม พบต้นแก้วเจ้าจอมที่บ้านของลูกค้าธนาคาร ท่านเป็นอาจารย์คณะเภสัช จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ต้นสูงกว่าหลังคาบ้าน 2 ชั้น โดยพลอยโพยมไปยืนที่โคนต้น ซึ่งร่มเงาครึ้ม เมือแหงนขึ้นไป ก็ได้เห็น ใบของต้น ที่มีลักษณะแปลก ไม่ได้เห็นดอกด้วยซ้ำไปท่านอาจารย์ บอกว่า นี่คือต้นแก้วเจ้าจอม พลอยโพยม ชอบชื่อมาก และชอบลักษณะใบ จึงไปเดินหาซื้อที่สวนจตุจักร วันพุธก็พบว่าถ้าต้นสูง ประมาณ เกือบเมตร ราคา ประมาณ เจ็ดถึงแปดร้อยบาท ก็ซื้อไม่ลง เดินอีกหลายสัปดาห์ ก็ไปพบ ต้นชำเล็กๆ สูงประมาณ หนึ่งคืบ ( คืบของตัวพลอยโพยมเอง) ราคา หนึ่งร้อยห้าสิบบาท ซื้อ มาหลายเที่ยวหลายต้น ( ประมาณ 6 ต้น) มีทั้ง ชนิด สี่ใบ และชนิด หกใบ ตามแต่พ่อค้าคนขาย จะบรรยายสรรพคุณ แก้วเจ้าจอมชนิดที่ตัวเองมีขายในร้าน ว่า พันธุ์ ที่เขาขาย ออกดอกง่าย ดอกดก สีสวย ทนทาน ไปยาลใหญ่ จึงต้องซื้อมา ทั้ง สองชนิด ปัจจุบัน คงเหลือรอดชีวิต อยู่ สามต้น ชนิด หกใบ (ก็เลย คิดว่าชนิด หกใบ น่าจะทนทานปลูกง่ายกว่า ชนิด 4 ใบ( ตามต้นตอเดิม อายุ 100 ปี) ทั้งที่อยู่ในกระถางไม่ค่อยได้ดูแล จนมีคนใจดี นำมาปลูกลงดินให้ จึงเหลือรอดมาดังกล่าว แต่ มีนกรที่บ้าน ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ทุกต้นไม่ให้เป็นทรงพุ่ม เป็นทรงสูงชลูดหมดทุกต้น ( แม้แต่ต้นตะขบ) ภาพดอกไม้สวนใหญ่ พลอยโพยม ต้องใช้ ม้าสูง (ประมาณ 1 เมตร ) ตั้งไว้ แล้วปีนป่ายขึ้นไปถ่ายภาพ ซึ่งคนในบ้านไม่เห็นด้วยกับความพยายามนี้ เพราะกลัวตกลงมา ไม่คุ้มความเสี่ยงที่จะพิการ พลอยโพยม เสียดายความงามของดอกไม้หลายชนิด ที่อยากนำมาสื่อให้ ผู้เข้ามาเยี่ยมชม เวปไซต์นี้ ได้เห็น แม้จะไม่มีฝีมือเรื่องการถ่ายภาพเลยก็ตามที
แก้วเจ้าจอม มีสรรพคุณในด้านสมุนไพรดังนี้
ใช้รักษา รูมาติซัมเรื้อรัง โรคไขข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคเก้าด์ ใช้เป็นยาตรวจครบเลือดในนิติเวชวิทยา เรียกว่า Gum Guaiacum แถบอเมริกาใต้ อินเดีย อินเดียตะวันตกและฟลอริดา
- ยางไม้ ใช้เป็นยาขับเสมหะ ขับปัสสาวะ ซับเหงื่อ แก้ข้ออักเสบ หรือทำเป็นยาอมแก้หลอดลมอักเสบ
- ใบ ใช้คั้นน้ำ กินแก้อาการท้องเฟ้อ
- เปลือก เป็นยาระบาย
- ดอก ทำผงชา เป็นยาบำรุงกำลัง
ดอกแก้วกัลยาประดิษฐ์พระราชทาน
เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณีวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานนามดอกไม้ประดิษฐ์โดยคนพิการของศูนย์ส่งเสริมอ่ชีพและพัฒนาคนพิการ สภาสังคมสงเคราะห์ว่า "ดอกแก้วกัลยา" เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2547 ตามที่ศูนย์ฯ ได้มีหนังสือขอพระราชทานพระอนุญาต
ดอกแก้วกัลยา มีการจดลิขสิทธิ์ 2 ฉบับ ดอกแก้วกัลยา เป็นดอกไม้ในจินตนาการ มาจากดอกไม้ 2 ชนิด คือดอกแก้ว และดอกแก้วเจ้าจอม มีกลีบดอกสีฟ้าคราม ดอกดแก้วและดอกแก้วเจ้าจอมออกดอกเป็นพวง ให้ความหมายเปรียบเทียบประดุจคนเราทุกคนมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว ความหมายรวมของดอกแก้วกัลยา คือ ดอกไม้จากนางแก้วที่นมีน้ำพระหฤทัยสดใส ให้แสงสว่างอบอุ่นกับมวลหมู่คนพิการในแผ่นดินไทย ดั่งน้ำพระหฤทัยจากองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณีวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ที่มา : http://www.panyathai.or.th/
เพลงดอกแก้วกัลยา




[นิทานเรื่องเล่า]...นิทานดอกไม้...
...นิทานดอกไม้...
กาลครั้งหนึ่ง ยังไม่นาน ณ ทุ่งกว้างเขียวขจี ดอกไม้หลากสีเติบโตงดงามละลานตา
ในหมู่ดอกไม้เหล่านั้น ยังมีดอกไม้ธรรมดา ๆ อยู่ดอกหนึ่ง...ธรรมดามากเสียจนไม่มีใครใส่ใจ...
ถัดจากทุ่งดอกไม้ไปไม่ไกลนัก...มีชายหนุ่มคนหนึ่งปลูกกระท่อมอาศัยอยู่
ทุกวัน เขาเดินผ่านทุ่งดอกไม้ไปทำงานในตอนเช้า และเดินผ่านทุ่งดอกไม้กลับบ้านในตอนเย็น ในวันที่ไม่เร่งรีบ เขาจะหยุดแวะมองหมู่ดอกไม้ และทักทายด้วยรอยยิ้ม...แน่นอน เขาไม่ได้ยิ้มให้ดอกไม้ดอกไหนเป็นพิเศษ
ดอกไม้ธรรมดาดอกนั้น ก็มองเห็นชายหนุ่มทุกวัน เธอหลงใหลรอยยิ้มอบอุ่นของเขา
บางครั้งมีนักท่องเที่ยวผ่านมาแวะชมทุ่งดอกไม้ พวกเขาจะมองหาดอกไม้ที่ถูกใจ และบางครั้งก็จะเก็บเอาดอกไม้งามบางดอกกลับไปด้วย...
นาน ๆ ครั้ง... นานมาก ๆ จึงจะมีคนสังเกตเห็นดอกไม้ธรรมดา ๆ และขอเก็บมันกลับไปบ้าง
"ดอกไม้...เธอจะไปอยู่กับฉันไหม ?"
ดอกไม้เงยหน้ามอง...เธอไม่อาจคาดเดาแววตาของนักท่องเที่ยวได้...
พวกเขาจะจริงใจกับเธอแค่ไหนหรือ?...
และเมื่อ...ไม่มีคำตอบจากดอกไม้ พวกเขาก็จะพากันเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
นาน ๆ ครั้ง และนานมาก ๆ จึงจะมีผู้คนบางคน...รอคำตอบจากดอกไม้
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่เธอมีให้...แต่ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว..." นั่นคือคำตอบของดอกไม้
...เขาคือ...ชายหนุ่มที่กระท่อมนั่นไง...
ดอกไม้ไม่รู้ว่า...
นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะผิดหวังหรือไม่?
ไม่รู้ว่าเธอคิดผิดไหม?
และไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมื่อไหร่ชายหนุ่มที่เธอแอบชอบอยู่จะสังเกตเห็นเธอสักที?
วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ... ดอกไม้ลดความสดใสงดงามลงตามกาลเวลา...
ชายหนุ่มยังคงเดินผ่านทุ่งดอกไม้เหมือนเดิมทุก ๆ วัน...และดอกไม้ก็ยังได้แต่มองเขาอยู่เช่นเดิม...
ผู้คนบางคนอาจจะคิดว่า...ดอกไม้ เธอช่างโง่นัก ที่ไม่ตัดสินใจไปกับนักท่องเที่ยว...เธอจะได้มีคนรักเฝ้าคอยดูแลเธอยังไงล่ะ...
แต่ดอกไม้ธรรมดากลับคิดว่า...ใช่สิ ! ฉันอาจเป็นดอกไม้ที่แสนโง่...แต่ก็ไม่แน่ว่านักท่องเที่ยวที่ผ่านมาและเก็บเอาพวกฉันไป...จะรักและดูแลฉันตลอดกาล...
ฉันยินดีจะอยู่ ณ ทุ่งดอกไม้แห่งนี้...ฉันอาจเหงาบ้างในบางเวลา...แต่ฉันจะได้เห็นรอยยิ้มอันอบอุ่นของชายผู้นั้นทุก ๆ วัน แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว...เพราะฉันจะได้มีความสุขอยู่ได้ตลอดไป...ตราบจนวันสุดท้ายตามอายุไขของฉันไงละ...
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า "การพอใจในสิ่งที่ตนมีนั้น คือความสุขที่แท้จริง"
ที่มา : siengyee / edit by ...Roytavan...
Flowers Show( Andre Rieu Strauss Medley)
Amazing Butterflies
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89.jpg)