ปลาเค้าดำ....คำเพรียกเรียกปลาทุก
ปลาเค้าดำ หรือปลาทุก
กาพย์ยานี ๑๑
แก้มช้ำช้ำใครต้อง
อันแก้มน้องช้ำเพราะชม
ปลาทุกทุกข์อกกรม
เหมือนทุกข์พี่ที่จากนาง
กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์
ปลาเค้าดำ
ชื่อสามัญ ปลาเค้าดำ ปลาทุก ปลาอีทุก
ชื่อสามัญอังกฤษ: Black Sheatfish
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wallago micropogon
อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน Siluridae
จัดเป็นปลาที่อยู่ในอันดับปลาหนัง (Siluriformes)
ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง เป็นปลาขนาดใหญ่ไม่มีเกล็ด มีชื่อเรียกว่าปลาเต้าดำในภาคกลาง หรือบางท้องถิ่นเรียกว่าปลาทุก
แถบทางภาคใต้บริเวณลุ่มแม่น้ำตาปีและลำสาขา จ.สุราษฎร์ธานี ชาวประมง จะเรียกกันว่า “ปลาทุก” ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่าปลาคูน ปลาอีทุก โดยเรียกตามสีลำตัวที่มีสีดำสนิท เหมือนกับคนสวมชุดไโว้ทุกข์
ลักษณะทั่วไป
มีรูปร่างลำตัวยาวแต่ค่อนข้างป้อม ลำตัวที่อยู่ค่อนไปทางหางมีลักษณะแบนข้างมาก พื้นลำตัวสีเทาถึงดำสนิท ส่วนหัวมีขนาดใหญ่และแบน มีจะงอยปากสั้น ปากกว้างเป็นรูปโค้ง ภายในมีฟันซี่เล็ก ๆ อยู่ในขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง มีหนวด 2 คู่ โดยหวดคู่ที่อยู่มุมปากบนมีลักษณะเรียวยาว ส่วนคู่ที่ใต้คางจะสั้นและเล็กมาก มีครีบทั้งหมด 7 ครีบ ครีบก้นใหญ่และยาวจรดครีบหาง ขอบปลายหางด้านบนจะใหญ่กว่าด้านล่าง ส่วนท้องป่องออก ส่วนหลังยกสูงขึ้นกว่าปลาเค้าขาว (W. attu) ซึ่งเป็นปลาที่มีความใกล้เคียงกัน เพราะจัดอยู่ในสกุลเดียวกัน ครีบหางเว้าตื้นปลายมน
ลำตัวสีคล้ำอมเขียวมะกอก หรือสีดำอมน้ำตาล
นิสัย -พฤติกรรมตามปกติ มักจะซุกตัวอยู่นิ่ง ๆ ใต้น้ำ เป็นปลาที่สายตาไม่ดี จึงใช้หนวดในการนำทางและหาอาหาร แต่เนื่องจากเป็นปลาที่มีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว หวงถิ่น และกินปลาขนาดเล็กตัวอื่นเป็นอาหาร
ถิ่นอาศัย
พบตามแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ทั้งภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งภาคใต้ของประเทศไทย เช่น แม่น้ำเจ้าพระยาและสาขา, แม่น้ำโขงและสาขา, แม่น้ำตาปีรวมทั้งที่ทะเลสาบสงขลาด้วย ลำคลอง หนอง บึง และอ่างเก็บน้ำทั่วทุกภาคของประเทศไทย
ขนาด-มีขนาดลำตัวยาวได้ถึง 1 เมตร น้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม โดยสถิติที่ใหญ่ที่สุดพบที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ด
ต่อมาได้พบใหญ่สุด 145 เซนติเมตร (ไม่ได้ระบุที่พบ)
ปลาเค้าดำ มีสถานภาพในปัจจุบันใกล้สูญพันธุ์อีกชนิดหนึ่งในธรรมชาติ แต่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้โดยสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ. 2534 ด้วยวิธีการฉีดฮอร์โมนผสมเทียม และได้มีการปล่อยลูกปลาที่เพาะได้กลับคืนถิ่นธรรมชาติ
ปลาเค้าดำ เป็นปลาไทยอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม แต่ว่าเป็นปลาที่มีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว หวงถิ่น และกินปลาขนาดเล็กตัวอื่นเป็นอาหาร จึงมักเลี้ยงตัวเดียวเดี่ยว ๆ
การเพาะพันธุ์
กรมประมงโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีการทดลองเพาะพันธุ์ปลาเค้าดำได้สำเร็จในปี 2534
แถบทางภาคใต้บริเวณลุ่มแม่น้ำตาปีและลำสาขา จ.สุราษฎร์ธานี ชาวประมง จะเรียกกันว่า ปลาทก จากคำบอกเล่าว่าในทะเลสาบสงขลาเมื่อก่อนมีชาวประมง บ้านศรีไชย ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา จับปลาชนิดนี้ได้เช่นกัน ขนาดความยาวเกือบ 1 เมตร โดยชาวประมงใช้อวนลอยปลากะพงจับได้แต่ไม่ทราบว่า เขาเรียกว่าปลาอะไร เนื่องจากเป็นปลาหายาก ชาวประมงที่จับก็ไม่รู้จักว่าเป็นปลาอะไร หลังจากที่เคยมีคนจับได้แล้วในครั้งนั้นก็ไม่ค่อยพบเห็นปลาแบบนี้ในทะเลสงขลาอีก
ผลจากการปล่อยปลาเค้าในแม่น้ำตาปีตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา ชาวประมงในบริเวณดังกล่าวสามารถจับปลาเค้าดำได้ต่อเนื่องหลายพื้นที่บริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี ภายใต้โครงการ “คืนปลาเค้าดำสู่ลำน้ำตาปี” รวมระยะเวลาประมาณ 9 ปี และได้ปล่อยลูกปลาเค้าดำรวมทั้งสิ้น 128,934 ตัว จึงทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติบริเวณลุ่มน้ำตาปีและลำสาขาบริเวณนี้มีชาวประมงจับปลาเค้าดำได้เรื่อยมา จึงสอดคล้องกับโครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลา มีโครงการเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำที่คาดว่าจะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในทะเลสาบสงขลาจะเริ่มดำเนินการในปี 2549 – 2552 กรมประมงและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะร่วมดำเนินงานลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาหันหน้ามาร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อศึกษาเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำที่เคยพบในทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันหายากแทบไม่มีให้เห็น บางชนิดใกล้สูญพันธุ์ เพื่อนำมาปล่อยปลาในทะเลสาบสงขลาให้ลูกหลานได้รู้จัก และเป็นการช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้กลับคืนมาเคียงคู่กับทะเลสาบสงขลาต่อไป
ข้อมูลจาก กรมประมง วิกิพีเดีย
http://www.nicaonline.com
thaifishingcenter.com/board/index.php?topic=40.0
ในสมัยก่อนที่ลำน้ำบางปะกงที่บางกรูดมีปลาเค้าดำแหวกว่ายให้ผู้คนบางกรูดได้รู้จัก แต่ในช่วงหลาย ๆ ปี ที่ผ่านมา ไม่มีใครได้พบเห็น แต่ส่วนหนึ่งก็มาจาก ผู้คนที่อยู่ริมแม่น้ำที่บางกรูดลดจำนวนลงบางบ้านเรือนเหลือแต่คนชราไม่มีการออกมาหากุ้งหาปลากันดังแต่ก่อน ชายฝั่งน้ำถูกทิ้งร้าง มีป่าจาก ป่าแสมแลลำพูดูรกเรื้อ ทั่วลำน้ำเวิ้งว้างว่างเปล่า นาน ๆ ครั้งจะพบเห็นมีเรือสัญจรเพื่อไปทำกิจธุระ หรือนาน ๆ ครั้งจะมีเรือจากถิ่นอื่นผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป
วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555
[บทความ] ปลาเค้าดำ....คำเพรียกเรียกปลาทุก
วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555
[บทความ] ปลาน้ำเงิน ......ราวเงินยวง
ปลาน้ำเงิน ......ราวเงินยวง
ปลาน้ำเงิน
กาพย์ยานี๑๑
น้ำเงินคือเงินยวง
ขาวพรายช่วงสีสำอาง
ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง
งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี
กาพย์เห่เรือบทชมปลา
พระนิพนธ์ของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์
ปลาน้ำเงิน
ภาพจาก http://www.weekendhobby.com/offroad/toyota/shtml/9281.shtml
เป็นภาพของลูกเกษตรท่านหนึ่ง สะใภ้ลูกเกษตรและแม่ของลูกเกษตรอีกคนขออนุญาตใช้ภาพนี้
รักเกษตรมาก ๆ ด้วยคนค่ะ
ปลาน้ำเงิน
ชื่อสามัญ ปลาน้ำเงิน หรือปลานาง
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ COMMON SHEATFISH
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacronotus apogon
อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae)
ปลาน้ำเงินเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง
ลักษณะทั่วไป
รูปร่างคล้ายปลาเนื้ออ่อนชนิดอื่นที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน คือลำตัวเรียวยาวและแบนข้าง ไม่มีเกล็ด ท่อนหางโค้งเล็กน้อย สันหลังบริเวณต้นคอลาดต่ำลงไปด้านหน้า จะงอยปากแบน ปากกว้างมีฟันแหลมคมบนขากรรไกรทั้งสองข้าง หัวแบนสั้น นัยน์ตามีขนาดเล็กและอยู่เหนือมุมปาก ไม่มีครีบหลัง ครีบอกและครีบท้องมีขนาดเล็ก ครีบก้นเป็นแผงยาว ครีบหางยาวเป็นแฉกเว้าลึก ส่วนหลังมีสีดำอมเขียว ลำตัวมีสีขาวเงิน เมื่อถูกแสงสว่างจะปรากฎประกายสีเงินยวง
เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน
นิสัย
มักอยู่รวมกันเป็นฝูงในระดับกลางน้ำเป็นปลาที่มีลักษณะนิสัยก้าวร้าว จะกบดานนิ่งๆ อยู่ใกล้ระดับพื้น ว่ายน้ำเคลื่อนที่เฉพาะเวลาออกล่าเหยื่อ ขี้ตื่นตกใจง่าย
ถิ่นอาศัย
อาศัยตามแม่น้ำสายใหญ่ของภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำโขง เป็นต้น
อาหาร-จัดเป็นปลากินเนื้ออาหารธรรมชาติได้แก่ ลูกปลา ลูกกุ้ง และแมลงน้ำ
ขนาด-จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ปานกลาง ยาวประมาณ 15-77 ซ.ม. ( ในวิกิพีเดีย-พบใหญ่สุดถึง 1.5 เมตร )
ประโยชน์ -เนื้อปลารสชาติดีมาก สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย และยังสามารถเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้อีกด้วย จัดเป็นปลาที่เมื่ออยู่ในตู้แล้วจะมีความแวววาวสวยงามมากชนิดหนึ่ง
ปัจจุบันปลาน้ำเงินจัดเป็นปลาที่หายาก ราคาค่อนข้างแพง เพราะเป็นที่นิยมกันมากเคยพบชุกชุมในธรรมชาติ ปัจจุบันพบน้อยลงเพราะการจับมากเกินไปและสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
กรมประมง โดยสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดชัยนาทสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้สำเร็จแล้ว โดยวิธีการฉีดฮอร์โมนผสมเทียม ได้สำเร็จ ใน ปี พ.ศ. 2540
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพ ฯ ของกรมประมง จัดปลาน้ำเงิน และปลาแดง (ปลาเนื้ออ่อน) อยู่ในตู้เลี้ยงปลาเดียวกัน จะเห็นความแตกต่างของปลาสองชนิดนี้ที่มีความคล้ายกันนี้ค่อนข้างชัด ทั้งสีของลำตัวปลา พฤติกรรมชองปลาและ รูปร่างลักษณะที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย หากเห็นไม่พร้อมกัน ก็จะจำแนกได้ยาก (เป็นความรู้สึกของพลอยโพยม)
ข้อมูล จากกรมประมง วิกิพีเดีย
พลอยโพยมไม่เคยรู้จักปลาน้ำเงินมาก่อน รู้จักเพียงปลาเนื้ออ่อน หรืออาจเคยเห็นแต่ไม่เคยจำแนกว่าวงศ์ปลาเนื้ออ่อนมีปลาหลาย ชื่อ หลายชนิด
หมายเหตุ
หลาย ๆ ท่าน อาจจะเบื่อหน่ายกับบทความที่มีแต่เรื่องราวของพรรณปลา พลอยโพยมก็ขออภัย เนื่องจากมีเจตนาให้ blog spot ของวันวานของบางกรูด สื่อความถึงวิถีชีวิตไทย ส่งเสริมการรักถิ่นฐานบ้านเกิด เชิดชูท้องถิ่น อนุรักษ์ธรรมชาติ พืชพรรณ สัตว์น้ำสัตว์บก สัตว์ปีกทั้งหลาย และอยากให้ เยาวชน นักเรียน ที่เข้ามาหาเรื่องราวหลากหลายเรื่องของท้องถิ่นของเราได้รับประโยชน์ และสอดคล้องกับ บทกวีวันวานของบางกรูด ซึ่งมีการจัดหมวดหมู่ของบทกวีไว้แล้ว หากให้บทความกระโดดไปกระโดดมาไม่ต่อเนื่องก็ยากในการค้นหา
โดยเฉพาะพลอยโพยมต้องการสื่อ ถึงพรรณปลาในกาพย์เห่เรือพระนิพนธ์ของจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ซึ่งทรงพระนิพนธ์ถึงปลาน้ำจืด 17 ชนิด แม้หลายชนิด พลอยโพยมไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินว่ามีคนเคนพบเห็นที่ลำน้ำบางปะกง ที่บางกรูด ซึ่งเนื้อเรื่องอาจไม่เรียงตามบทพระนิพนธ์
และพลอยโพยมพบปัญหาว่า พลอยโพยมได้ใช้พื้นที่ภาพ ใน Blog.spot มากไป ไม่สามารถ up load ภาพได้อีกแล้ว โดยเฉพาะภาพของพลอยโพยมเอง ซึ่งมีความจุของภาพมากเกินไป หากใช้ภาพจาก internet ยังพอทำได้ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่ผ่านมาพลอยโพยม ที่ใช้ภาพประกอบบทความมากไปและมิได้มีการลดขนาดภาพลงนั่นเอง ซึ่งบทความต่อจากนี้ไป จะมีภาพน้อยลง พลอยโพยมแสนเสียดายภาพปลาชัด ๆ อีกหลายชนิด ที่ได้มาจากกรมประมงซึ่งมีความละเอียดของภาพสูงมากกว่าภาพถ่าย (ที่ไม่ค่อยชัด) ของพลอยโพยมเองเสียอีก รวมถึงภาพในบทความอีก 5 หมวดหมู่ ในเรืองท้องนา เรื่องสวน เรื่องเทศกาลงานบุญ เรื่องการละเล่นของเด็กไทย และเรื่องราวเก่าแก่ของชุมชนบางกรูด เพียงหมวดที่ 1 เรื่องของแม่น้ำบางปะกงที่ยังไม่จบสาระเรื่องราว พลอยโพยมก็ไม่มีพื้นที่ up load ภาพเหลืออีกแล้ว
พลอยโพยมใช้ภาพสื่อความทั้งที่บางภาพไม่ชัด ไม่คม แต่ด้วยเจตนาให้ท่านผู้อ่านได้รู้สึกร่วมกับบทความเห็นภาพจริงไปด้วยกันแม้จะลาง ๆ เลือน ๆ ก็ตามที ซึ่งต่อไปนี้ไม่สามารถทำได้แล้ว
ปลาน้ำเงิน
กาพย์ยานี๑๑
น้ำเงินคือเงินยวง
ขาวพรายช่วงสีสำอาง
ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง
งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี
กาพย์เห่เรือบทชมปลา
พระนิพนธ์ของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์
ปลาน้ำเงิน
ภาพจาก http://www.weekendhobby.com/offroad/toyota/shtml/9281.shtml
เป็นภาพของลูกเกษตรท่านหนึ่ง สะใภ้ลูกเกษตรและแม่ของลูกเกษตรอีกคนขออนุญาตใช้ภาพนี้
รักเกษตรมาก ๆ ด้วยคนค่ะ
ปลาน้ำเงิน
ชื่อสามัญ ปลาน้ำเงิน หรือปลานาง
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ COMMON SHEATFISH
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacronotus apogon
อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae)
ปลาน้ำเงินเป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง
ลักษณะทั่วไป
รูปร่างคล้ายปลาเนื้ออ่อนชนิดอื่นที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน คือลำตัวเรียวยาวและแบนข้าง ไม่มีเกล็ด ท่อนหางโค้งเล็กน้อย สันหลังบริเวณต้นคอลาดต่ำลงไปด้านหน้า จะงอยปากแบน ปากกว้างมีฟันแหลมคมบนขากรรไกรทั้งสองข้าง หัวแบนสั้น นัยน์ตามีขนาดเล็กและอยู่เหนือมุมปาก ไม่มีครีบหลัง ครีบอกและครีบท้องมีขนาดเล็ก ครีบก้นเป็นแผงยาว ครีบหางยาวเป็นแฉกเว้าลึก ส่วนหลังมีสีดำอมเขียว ลำตัวมีสีขาวเงิน เมื่อถูกแสงสว่างจะปรากฎประกายสีเงินยวง
เพศผู้และเพศเมียมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน
นิสัย
มักอยู่รวมกันเป็นฝูงในระดับกลางน้ำเป็นปลาที่มีลักษณะนิสัยก้าวร้าว จะกบดานนิ่งๆ อยู่ใกล้ระดับพื้น ว่ายน้ำเคลื่อนที่เฉพาะเวลาออกล่าเหยื่อ ขี้ตื่นตกใจง่าย
ถิ่นอาศัย
อาศัยตามแม่น้ำสายใหญ่ของภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำโขง เป็นต้น
อาหาร-จัดเป็นปลากินเนื้ออาหารธรรมชาติได้แก่ ลูกปลา ลูกกุ้ง และแมลงน้ำ
ขนาด-จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ปานกลาง ยาวประมาณ 15-77 ซ.ม. ( ในวิกิพีเดีย-พบใหญ่สุดถึง 1.5 เมตร )
ประโยชน์ -เนื้อปลารสชาติดีมาก สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย และยังสามารถเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้อีกด้วย จัดเป็นปลาที่เมื่ออยู่ในตู้แล้วจะมีความแวววาวสวยงามมากชนิดหนึ่ง
ปัจจุบันปลาน้ำเงินจัดเป็นปลาที่หายาก ราคาค่อนข้างแพง เพราะเป็นที่นิยมกันมากเคยพบชุกชุมในธรรมชาติ ปัจจุบันพบน้อยลงเพราะการจับมากเกินไปและสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
กรมประมง โดยสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดชัยนาทสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้สำเร็จแล้ว โดยวิธีการฉีดฮอร์โมนผสมเทียม ได้สำเร็จ ใน ปี พ.ศ. 2540
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพ ฯ ของกรมประมง จัดปลาน้ำเงิน และปลาแดง (ปลาเนื้ออ่อน) อยู่ในตู้เลี้ยงปลาเดียวกัน จะเห็นความแตกต่างของปลาสองชนิดนี้ที่มีความคล้ายกันนี้ค่อนข้างชัด ทั้งสีของลำตัวปลา พฤติกรรมชองปลาและ รูปร่างลักษณะที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย หากเห็นไม่พร้อมกัน ก็จะจำแนกได้ยาก (เป็นความรู้สึกของพลอยโพยม)
ข้อมูล จากกรมประมง วิกิพีเดีย
พลอยโพยมไม่เคยรู้จักปลาน้ำเงินมาก่อน รู้จักเพียงปลาเนื้ออ่อน หรืออาจเคยเห็นแต่ไม่เคยจำแนกว่าวงศ์ปลาเนื้ออ่อนมีปลาหลาย ชื่อ หลายชนิด
หมายเหตุ
หลาย ๆ ท่าน อาจจะเบื่อหน่ายกับบทความที่มีแต่เรื่องราวของพรรณปลา พลอยโพยมก็ขออภัย เนื่องจากมีเจตนาให้ blog spot ของวันวานของบางกรูด สื่อความถึงวิถีชีวิตไทย ส่งเสริมการรักถิ่นฐานบ้านเกิด เชิดชูท้องถิ่น อนุรักษ์ธรรมชาติ พืชพรรณ สัตว์น้ำสัตว์บก สัตว์ปีกทั้งหลาย และอยากให้ เยาวชน นักเรียน ที่เข้ามาหาเรื่องราวหลากหลายเรื่องของท้องถิ่นของเราได้รับประโยชน์ และสอดคล้องกับ บทกวีวันวานของบางกรูด ซึ่งมีการจัดหมวดหมู่ของบทกวีไว้แล้ว หากให้บทความกระโดดไปกระโดดมาไม่ต่อเนื่องก็ยากในการค้นหา
โดยเฉพาะพลอยโพยมต้องการสื่อ ถึงพรรณปลาในกาพย์เห่เรือพระนิพนธ์ของจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ซึ่งทรงพระนิพนธ์ถึงปลาน้ำจืด 17 ชนิด แม้หลายชนิด พลอยโพยมไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินว่ามีคนเคนพบเห็นที่ลำน้ำบางปะกง ที่บางกรูด ซึ่งเนื้อเรื่องอาจไม่เรียงตามบทพระนิพนธ์
และพลอยโพยมพบปัญหาว่า พลอยโพยมได้ใช้พื้นที่ภาพ ใน Blog.spot มากไป ไม่สามารถ up load ภาพได้อีกแล้ว โดยเฉพาะภาพของพลอยโพยมเอง ซึ่งมีความจุของภาพมากเกินไป หากใช้ภาพจาก internet ยังพอทำได้ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่ผ่านมาพลอยโพยม ที่ใช้ภาพประกอบบทความมากไปและมิได้มีการลดขนาดภาพลงนั่นเอง ซึ่งบทความต่อจากนี้ไป จะมีภาพน้อยลง พลอยโพยมแสนเสียดายภาพปลาชัด ๆ อีกหลายชนิด ที่ได้มาจากกรมประมงซึ่งมีความละเอียดของภาพสูงมากกว่าภาพถ่าย (ที่ไม่ค่อยชัด) ของพลอยโพยมเองเสียอีก รวมถึงภาพในบทความอีก 5 หมวดหมู่ ในเรืองท้องนา เรื่องสวน เรื่องเทศกาลงานบุญ เรื่องการละเล่นของเด็กไทย และเรื่องราวเก่าแก่ของชุมชนบางกรูด เพียงหมวดที่ 1 เรื่องของแม่น้ำบางปะกงที่ยังไม่จบสาระเรื่องราว พลอยโพยมก็ไม่มีพื้นที่ up load ภาพเหลืออีกแล้ว
พลอยโพยมใช้ภาพสื่อความทั้งที่บางภาพไม่ชัด ไม่คม แต่ด้วยเจตนาให้ท่านผู้อ่านได้รู้สึกร่วมกับบทความเห็นภาพจริงไปด้วยกันแม้จะลาง ๆ เลือน ๆ ก็ตามที ซึ่งต่อไปนี้ไม่สามารถทำได้แล้ว
วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555
[บทความ] ปลาเนื้ออ่อน..อ่อนสมชื่อ
ปลาเนื้ออ่อน..อ่อนสมชื่อ
ปลาเนื้ออ่อน
กาพย์ยานี ๑๑
เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ
เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย
ใครต้องข้องจิตชาย
ไม่วายนึกตรึกตรึงทรวง
กาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ฯ
ปลาเนื้ออ่อน
ชื่อสามัญ ปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง (ภาคกลาง ) ,ปลานาง ,ปลานางแดง,ปลาเซือม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถบแม่น้ำโขง )
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ WHISKER SHEATFISH
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacronotus bleekeri
อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน Siluridae
ลักษณะทั่วไป
เป็นปลาน้ำจืดที่อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน ไม่มีเกล็ด รูปร่างคล้ายปลาน้ำเงิน ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ปากล่างยื่นน้อยกว่า และส่วนคางไม่เชิดขึ้น ตาโต ปากกว้างรูปร่างลำตัวเพรียวยาว ด้านข้างแบนมาก ตอนหัวกว้าง ส่วนหัวแบนลง ด้านหลังของหัวยกขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ลาดไปถึงบริเวณกลางหาง ไม่มีครีบหลัง มีหนวดสั้น 2 คู่ ที่มุมปากและใต้คาง ครีบหางเว้าตื้นหรือเป็นแฉก มีฟันซี่เล็กและแหลม ฟันบนเพดานเป็นรูปโค้ง ท่อนหางโค้งงอเล็กน้อย ไม่มีครีบไขมัน ครีบก้นยาวมีก้านครีบอ่อนประมาณ 80 ก้าน
สีของลำคัวค่อนข้างใสเป็นสีเงิน ด้านบนลำตัวสีเหลืองอ่อนเหลือบเขียวหรือขาวอมชมพู ซึ่งสีของปลามีความแตกต่างกันในแต่ละแหล่งน้ำ
นิสัย ว่ายน้ำและหากินในระดับกลางน้ำถึงผิวน้ำ มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับปลาน้ำเงิน โดยมักอาศัยในแหล่งน้ำเดียวกันและอาจปะปนกันในฝูง แต่พบในภาคใต้มากกว่า
ถิ่นอาศัย
มีชุกชุมตลอดลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงปากน้ำโพ แม่น้ำป่าสัก ในแม่น้ำโขง แม่น้ำมูล อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์
พบชุกชุม จับได้มากในฤดูน้ำลดช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม และภาคใต้พบในแม่น้ำตาปี ใกล้บ้านดอน มักชอบอยู่ในบริเวณน้ำลึก ๆ
อาหาร -เป็นปลา กินเนื้อ ได้แก่ แมลงขนาดเล็ก, ปลาขนาดเล็ก, กุ้งฝอย หนอน แมลงและจุลินทรีย์ขนาดเล็ก ตัวอ่อนแมลงน้ำ สัตว์หน้าดินต่างๆ
ขนาด- มีขนาดลำตัวประมาณ 30เซนติเมตร พบใหญ่สุด 80 เซนติเมตร มีน้ำหนักได้ถึง 8.3 กิโลกรัม
ประโยชน์-เป็นปลาที่มีรสชาติดี จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค กลิ่นคาวน้อย เนื้อไม่มาก เนื้อละเอียดมีรสหวาน มีเพียงก้างกลาง ทอดกรอบทานได้ทั้งตัว หรือจะนำมาราดด้วยพริกแกงฉูฉี่ และทำปลาแห้งรมควันเป็นปลากรอบ
ปัจจุบันปลาเนื้ออ่อนในธรรมชาติมีลดน้อยลงและมีราคาแพง
กรมประมงเพาะพันธุ์ปลาเนื้ออ่อนได้สำเร็จครั้งแรกเมือ พ.ศ.. 2520
ปลาเนื้ออ่อน
ภาพจาก http://www.siamfishing.com/content/view.php?id=471&cat=photo_in
วงศ์ปลาเนื้ออ่อน (อังกฤษ: Sheatfish)
ชื่อวิทยาศาสตร์: (Siluridae)
ในอันดับปลาหนัง
รูปร่างเพรียวยาว ลำตัวแบนข้างมาก ส่วนหัวมักแบนราบหรือแบนข้างในบางชนิด ปากกว้าง มีฟันซี่เล็กและแหลมขึ้นบนขากรรไกรและเป็นแผ่นบนเพดาน มีหนวด 2-3 คู่ ครีบก้นยาวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว ไม่มีครีบไขมัน ครีบหลังเล็กมาก ไม่มีก้านครีบแข็งแหลมที่ครีบอกและครีบหลัง ครีบหางเว้าตื้นหรือเป็นแฉก ครีบอกมีขนาดใหญ่ ครีบท้องเล็ก
กินเนื้อ ได้แก่ แมลงขนาดเล็ก, ปลาขนาดเล็ก, กุ้งฝอย สัตว์หน้าดินต่างๆ
วางไข่แบบจมติดกับวัสดุใต้น้ำ
กระจายพันธุ์ไกล พบตั้งแต่ยุโรป, เอเชียตอนบน, อินเดียไปจนถึงอินโดนีเชีย
เป็นปลาเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย, กัมพูชา
เฉพาะที่พบในประเทศไทยมีราว 30 ชนิด
ชนิดที่เล็กสุดคือ ก้างพระร่วง (Krytopterus bicirrhis) ที่มีความยาวราว 10 เซนติเมตร นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
ใหญ่ที่สุดคือ เวลส์ (Silurus glanis) พบในยุโรป ที่สามารถยาวได้ถึง 3 เมตร และหนักกว่า 113 กิโลกรัม
และชนิดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทยคือ เค้าขาว (Wallago attu) ใหญ่ได้ถึง 2 เมตร
ปลาในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน เช่น
ก้างพระร่วง
ขาไก่ (ปลา)
คางเบือน
เค้าขาว
ชะโอน
ชะโอนหิน
ดังแดง
แดง (ปลา)
น้ำเงิน (ปลา)
สายยู
ที่มาของข้อมูล กรมประมง และวิกิพีเดีย
มิได้มีเจตนาตั้งชื่อบทความให้แตกต่างจากบทพระนิพนธ์กาพย์เห่เรือ เพราะในกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้ากุ้งทรงตั้งพระทัยที่จะใช้พรรณนา กระบวนเรือ หลังจากนั้นทรงนิพนธ์บท ชมปลา ชมไม้ และชมนก เพื่อพรรณนาความคิดถึงสตรีที่ทรงเสน่หาที่มิได้ตามเสด็จโดยใช้การเปรียบเทียบ
หากแต่พลอยโพยมกล่าวถึงความเป็นจริงของเหล่าพรรณปลาหลากหลายพันธุ์
พลอยโพยมเคยกินปลาเนื้ออ่อนทอดกระทียมพริกไทยซึ่งทอดกรอบทั้งตัวที่ลำตะคอง ปลาตัวค่อนข้างใหญ่กว่าที่พบเห็นที่เมืองฉะเชิงเทรา จานหนึ่งมีไม่กี่ตัว น้อง ๆ เพื่อนร่วมงานที่ไปด้วย เขากินได้หมดทั้งตัวตั้งแต่หัวถึงหาง กล่าวได้ว่า เกลี้ยงจานประเภทเหลือเพียงคราบน้ำมันติดก้นจานจริง ๆ ต้องสั่งเมนูนี้ซ้ำอีก
ปลาเนื้ออ่อนนี้ที่เมืองเขมรมีชุกชุมมากจริง ๆ และนำปลาทำเป็นปลากรอบ สินค้ามีชื่อของเขมร เมื่อก่อนนี้ ใครไปเขมรมาต้องหิ้วปลากรอบมาฝากกัน เขาวางขายในตลาดสดเป็นตั้งสูง ๆ มากมายหลายร้าน เหลียวซ้ายแลขวา หันหน้าหันหลัง ก็ต้องเจอปลากรอบนี้ ที่ตลาดโรงเกลือที่จังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน จะมีคนเข็นปลาเนื้ออ่อน ปลาช่อนตากแดด (ปลาแดดเดียว) ขายขวักไชว่ไปหมด ราคาถูกมากถ้าเทียบราคากับบ้านเรา แต่พลอยโพยมไม่เคยซื้อกลับมาเลย
ปลาเนื้ออ่อน
กาพย์ยานี ๑๑
เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ
เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย
ใครต้องข้องจิตชาย
ไม่วายนึกตรึกตรึงทรวง
กาพย์เห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ฯ
ปลาเนื้ออ่อน
ชื่อสามัญ ปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง (ภาคกลาง ) ,ปลานาง ,ปลานางแดง,ปลาเซือม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถบแม่น้ำโขง )
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ WHISKER SHEATFISH
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacronotus bleekeri
อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน Siluridae
ลักษณะทั่วไป
เป็นปลาน้ำจืดที่อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน ไม่มีเกล็ด รูปร่างคล้ายปลาน้ำเงิน ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ปากล่างยื่นน้อยกว่า และส่วนคางไม่เชิดขึ้น ตาโต ปากกว้างรูปร่างลำตัวเพรียวยาว ด้านข้างแบนมาก ตอนหัวกว้าง ส่วนหัวแบนลง ด้านหลังของหัวยกขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ลาดไปถึงบริเวณกลางหาง ไม่มีครีบหลัง มีหนวดสั้น 2 คู่ ที่มุมปากและใต้คาง ครีบหางเว้าตื้นหรือเป็นแฉก มีฟันซี่เล็กและแหลม ฟันบนเพดานเป็นรูปโค้ง ท่อนหางโค้งงอเล็กน้อย ไม่มีครีบไขมัน ครีบก้นยาวมีก้านครีบอ่อนประมาณ 80 ก้าน
สีของลำคัวค่อนข้างใสเป็นสีเงิน ด้านบนลำตัวสีเหลืองอ่อนเหลือบเขียวหรือขาวอมชมพู ซึ่งสีของปลามีความแตกต่างกันในแต่ละแหล่งน้ำ
นิสัย ว่ายน้ำและหากินในระดับกลางน้ำถึงผิวน้ำ มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกับปลาน้ำเงิน โดยมักอาศัยในแหล่งน้ำเดียวกันและอาจปะปนกันในฝูง แต่พบในภาคใต้มากกว่า
ถิ่นอาศัย
มีชุกชุมตลอดลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงปากน้ำโพ แม่น้ำป่าสัก ในแม่น้ำโขง แม่น้ำมูล อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์
พบชุกชุม จับได้มากในฤดูน้ำลดช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม และภาคใต้พบในแม่น้ำตาปี ใกล้บ้านดอน มักชอบอยู่ในบริเวณน้ำลึก ๆ
อาหาร -เป็นปลา กินเนื้อ ได้แก่ แมลงขนาดเล็ก, ปลาขนาดเล็ก, กุ้งฝอย หนอน แมลงและจุลินทรีย์ขนาดเล็ก ตัวอ่อนแมลงน้ำ สัตว์หน้าดินต่างๆ
ขนาด- มีขนาดลำตัวประมาณ 30เซนติเมตร พบใหญ่สุด 80 เซนติเมตร มีน้ำหนักได้ถึง 8.3 กิโลกรัม
ประโยชน์-เป็นปลาที่มีรสชาติดี จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภค กลิ่นคาวน้อย เนื้อไม่มาก เนื้อละเอียดมีรสหวาน มีเพียงก้างกลาง ทอดกรอบทานได้ทั้งตัว หรือจะนำมาราดด้วยพริกแกงฉูฉี่ และทำปลาแห้งรมควันเป็นปลากรอบ
ปัจจุบันปลาเนื้ออ่อนในธรรมชาติมีลดน้อยลงและมีราคาแพง
กรมประมงเพาะพันธุ์ปลาเนื้ออ่อนได้สำเร็จครั้งแรกเมือ พ.ศ.. 2520
ปลาเนื้ออ่อน
ภาพจาก http://www.siamfishing.com/content/view.php?id=471&cat=photo_in
วงศ์ปลาเนื้ออ่อน (อังกฤษ: Sheatfish)
ชื่อวิทยาศาสตร์: (Siluridae)
ในอันดับปลาหนัง
รูปร่างเพรียวยาว ลำตัวแบนข้างมาก ส่วนหัวมักแบนราบหรือแบนข้างในบางชนิด ปากกว้าง มีฟันซี่เล็กและแหลมขึ้นบนขากรรไกรและเป็นแผ่นบนเพดาน มีหนวด 2-3 คู่ ครีบก้นยาวมากกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว ไม่มีครีบไขมัน ครีบหลังเล็กมาก ไม่มีก้านครีบแข็งแหลมที่ครีบอกและครีบหลัง ครีบหางเว้าตื้นหรือเป็นแฉก ครีบอกมีขนาดใหญ่ ครีบท้องเล็ก
กินเนื้อ ได้แก่ แมลงขนาดเล็ก, ปลาขนาดเล็ก, กุ้งฝอย สัตว์หน้าดินต่างๆ
วางไข่แบบจมติดกับวัสดุใต้น้ำ
กระจายพันธุ์ไกล พบตั้งแต่ยุโรป, เอเชียตอนบน, อินเดียไปจนถึงอินโดนีเชีย
เป็นปลาเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย, กัมพูชา
เฉพาะที่พบในประเทศไทยมีราว 30 ชนิด
ชนิดที่เล็กสุดคือ ก้างพระร่วง (Krytopterus bicirrhis) ที่มีความยาวราว 10 เซนติเมตร นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
ใหญ่ที่สุดคือ เวลส์ (Silurus glanis) พบในยุโรป ที่สามารถยาวได้ถึง 3 เมตร และหนักกว่า 113 กิโลกรัม
และชนิดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทยคือ เค้าขาว (Wallago attu) ใหญ่ได้ถึง 2 เมตร
ปลาในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน เช่น
ก้างพระร่วง
ขาไก่ (ปลา)
คางเบือน
เค้าขาว
ชะโอน
ชะโอนหิน
ดังแดง
แดง (ปลา)
น้ำเงิน (ปลา)
สายยู
ที่มาของข้อมูล กรมประมง และวิกิพีเดีย
มิได้มีเจตนาตั้งชื่อบทความให้แตกต่างจากบทพระนิพนธ์กาพย์เห่เรือ เพราะในกาพย์เห่เรือเจ้าฟ้ากุ้งทรงตั้งพระทัยที่จะใช้พรรณนา กระบวนเรือ หลังจากนั้นทรงนิพนธ์บท ชมปลา ชมไม้ และชมนก เพื่อพรรณนาความคิดถึงสตรีที่ทรงเสน่หาที่มิได้ตามเสด็จโดยใช้การเปรียบเทียบ
หากแต่พลอยโพยมกล่าวถึงความเป็นจริงของเหล่าพรรณปลาหลากหลายพันธุ์
พลอยโพยมเคยกินปลาเนื้ออ่อนทอดกระทียมพริกไทยซึ่งทอดกรอบทั้งตัวที่ลำตะคอง ปลาตัวค่อนข้างใหญ่กว่าที่พบเห็นที่เมืองฉะเชิงเทรา จานหนึ่งมีไม่กี่ตัว น้อง ๆ เพื่อนร่วมงานที่ไปด้วย เขากินได้หมดทั้งตัวตั้งแต่หัวถึงหาง กล่าวได้ว่า เกลี้ยงจานประเภทเหลือเพียงคราบน้ำมันติดก้นจานจริง ๆ ต้องสั่งเมนูนี้ซ้ำอีก
ปลาเนื้ออ่อนนี้ที่เมืองเขมรมีชุกชุมมากจริง ๆ และนำปลาทำเป็นปลากรอบ สินค้ามีชื่อของเขมร เมื่อก่อนนี้ ใครไปเขมรมาต้องหิ้วปลากรอบมาฝากกัน เขาวางขายในตลาดสดเป็นตั้งสูง ๆ มากมายหลายร้าน เหลียวซ้ายแลขวา หันหน้าหันหลัง ก็ต้องเจอปลากรอบนี้ ที่ตลาดโรงเกลือที่จังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน จะมีคนเข็นปลาเนื้ออ่อน ปลาช่อนตากแดด (ปลาแดดเดียว) ขายขวักไชว่ไปหมด ราคาถูกมากถ้าเทียบราคากับบ้านเรา แต่พลอยโพยมไม่เคยซื้อกลับมาเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







