แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Photo by Amorn Tun แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Photo by Amorn Tun แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

งานลอยอัฐิบรรพบุรุษ แซ่อื้อ 3




อัฐิที่ผ่านการประชุมเพลิงอีกครั้งแล้ว


นำอาหารมาเซ่นไหว้ตามประเพณี และความเชื่อในการการถวายข้าวพระพุทธ เซ่นไหว้ผู้วายชนม์ ก่อนการถวายภัตตาหารแด่พระภิกษู


โรยดอกไม้และพรมน้ำอบหลังการเก็บอัฐิที่ประชุมเพลิงแล้ว
ทรงพร พัวพันธุ์

อรรถโกวิท สงวนสัตย์
อภินันท์ พัวพันธุ์


ลูกหลานทุกคนโรยดอกไม้และพรมน้ำอบบนอัฐิ

เชิญอัฐิไปที่ท่าน้ำ

ลงเรือไปลอยอัฐิ ที่ด้านหลังจะเห็นความสูงชันของบันไดซึ่งไม่เป็นบันไดแบบเป็นขั้น ๆ แต่เป็นกระดานตียาวลงมาเป็นผืนเดียวกัน จึงเป็นข้อจำกัดของผู้ที่จะลงเรือว่าต้องเดินผ่านบันไดนี้ลงมาได้


ผู้ผ่านลงมาได้



ผู้ลงมาคือลูกหลานที่เคยอยู่บ้านริมน้ำหน้าวัดบางกรูดมาก่อน


มีเพียงน้อง อิศร สัตยมานะ เป็นหนุ่มเมืองกรุงคนเดียว แต่ตอนเด็ก ๆ ก็มาค้างที่บ้านริมแม่น้ำหน้าวัดบางกรูดบ่อย ๆ


หลานชายสองคนประคองห่อผ้าบรรจุอัฐิเหนือลำน้ำที่เลือกแล้วว่า ลอยบริเวณนี้


ปล่อยผ้าบรรจุอัฐิลงสู่ผืนน้ำ


โปรยดอกไม้ด้วยดอกกุหลาบ ดอกดาวเรืองและดอกมะลิ


มวลมาลาประดับหน้าห้วงวารี

โรยน้ำอบเหนือผืนน้ำส่งความหอมคละเคล้ากลิ่นมาลี


การลอยอัฐิ เราต้องแล่นเรือไปเหนือบริเวณที่ต้องการให้อัฐิจมลงก้นแม่น้ำ


ดังนั้นเราจึงต้องเลือกช่วงที่น้ำมีกระแสน้ำที่ไหลลง


กะประมาณว่าอัฐิจะค่อย ๆ จมลงไม่จมดิ่งทันที และลอยไปจมใกล้ ๆ บริเวณ หน้าบ้านเก่า อื้อเฮียบหมงของเหล่าท่านบรรพบุรุษ


การลอยอัฐิแบบอยู่ในห่อผ้า เมื่อเปิดห่อผ้าลอยอัฐิ อัฐิก็จะกระจายออก


แต่ในปัจจุบันมีโถบรรจุอัฐิที่ปั้นด้วยดินและเจาะรู  อัฐิจะไม่กระจายออกนอกโถดิน รอจนโถดินสลายหมด อัฐิก็จะอยู่ก้นแม่น้ำ  แต่อัฐิครั้งนี้มีจำนวนบรรพบุรุษยี่สิบกว่าท่าน  เราไม่ต้องการให้อัฐิของท่านทับซ้อนกันเอง จึงใส่ห่อผ้าเพื่อต้องการให้อัฐิกระจายกันจมลงสถิตย์ที่ก้นแม่น้ำ ซึ่งในความจริงอัฐิอาจจมก่อนหรือจมเลยเป้าหมายที่เราหมายใจไว้ก็ได้ แต่โดยรวมเราคิดว่าเป็นไปตามที่หมายมาดคาดคะเนไว้


น้อมจิตส่งท่านบรรพบุรุษ


ตรงกับนิ้วที่ชี้ไปที่ฝั่งน้ำคือบริเวณบ้านอื้อเฮียบหมง และบ้านของยายขา


อย่างไรก็ดีอัฐิทั้งหลายหรือร่างกายของเราทุกคน สุดท้ายก็จะกลายกลับคืนสู่ผืนดินเป็นปฐวีธาตุ ตามหลักธาตุสี่ของพระพุทธองค์ คือโลกนี้ มีเพียงธาตุ ดิน น้ำ ลมไฟ


เมื่อกลับมาที่ริมฝั่งน้ำยังมีลูกหลานบางส่วนในงานที่มาร่วมส่งอัฐิ ท่านบรรพบุรุษ ยังอยู่บริเวณชายฝั่ง


ถ่ายภาพกันตามอัธยาศัย


คุณน้าไพจิตร น้องเอก ไกลออกไป พี่อภินันท์ พี่ทรงพร นพฤทธิ์


พระอโณทัยประสงค์จะลงเรือด้วยแต่ความสูงชันของบันไดท่าน้ำจะส่งผลกับอาการเจ็บป่วยที่ขาของท่านที่กำลังเป็นอยู่ ท่านจึงส่งได้แค่ริมชายฝั่งน้ำ


พระอโณทัย   สงวนสัตย์

น้องออ น้องเอก  สัตยมานะ

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

งานลอยอัฐิบรรพบุรุษแซ่อื้อ 2

วันงาน 25 พฤษภาคม  พ.ศ. 2556





ทำบุญสวดมาติกา บังสุกุล








เจ้าอาวาสวางดอกไม้จันทน์

พระอโณทัย สงวนสัตย์หลานชายของตระกูล บวชเพื่อการปฏิบัติธรรม ไม่ทำกิจอื่นยกเว้นงานของบรรพบุรุษในครั้งนี้ที่ท่านมาร่วมงานนอกเหนืองานการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด


คุณน้าสุภาภรณ์ สัตยมานะ

คุณอภินันท์ พัวพันธุ์

ลูกหลานที่แตกสกุลออกไปหลายนามสกุลทยอยวางดอกไม้จันทน์








จุดลงทะเบียนผู้มาร่วมงาน


หนังสือประวัติสายตระกูลแซ่อื้อ แตกเป็นสกุลอื่น และชื่อลูกหลานแยกตามสายสกุล


ลูกหลานเข้าแถววางดอกไม้จันทน์



วางดอกไม้จันทน์เสร็จแล้ว



เคลื่อนโลงออกจากเมรุจำลอง


ลงบันไดศาลาการเปรียญ


เจ้าอาวาสวัดบางกรูด และพระอโณทัย เดินจูงโลงด้วยสา่ยสิญจน์


นำดอกไม้จันทน์ใส่โลง


จุดไฟประชุมเพลิงที่ดอกไม้จันทน์


ในขณะเดียวกันกับการประชุมเพลิงอัฐิที่ข้างล่างมีการฉาย power point บนศาลาการเปรียญ


เล่าเรื่องประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษตระกูลอื้อจากเมืองแต้จิ๋วมาสู่สยามประเทศ