Header

Header

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2557

สู่แดนพระพุทธองค์ ๒๙ ผ้ากาสี

ผ้ากาสี แห่งแคว้นกาสี





ผ้ากาสี หรือ ผ้ากาสิกพัสตร์ จากแคว้นกาสี เป็นผ้าโบราณที่มีปรากฏในพระไตรปิฎก (แคว้นกาสี คือแคว้นใหญ่ ๑๖ แคว้นในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันคือเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)
ซึ่งผ้ากาสีนี้ เป็นผ้าที่มีชื่อเสียง และยังคงรักษาวิธีการทำแบบโบราณสืบทอด มากว่า ๓,๐๐๐ ปี
โดยพระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงการดำรงชีวิตของพระองค์เมื่อยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ปรากฎความในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ สุขุมาลสูตร อังคุตตรนิกาย สุตนิบาต ว่า



“ภิกษุทั้งหลาย ไม่เพียงแต่เราจะใช้ไม้จันทน์แคว้นกาสีเท่านั้น ถึงผ้าโพก ผ้านุ่ง ผ้าห่มและเสื้อของเราล้วนทำในแคว้นกาสี” (อัง.ติก. ๒๐/๓๙/๑๙๘)
โดยพระพุทธเจ้าทรงมีพระพุทธาธิบายลักษณะพิเศษอันเป็นเลิศของผ้ากาสีไว้ในในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า
"ภิกษุ .! ผ้ากาสี แม้ยังใหม่อยู่ สีก็งาม นุ่มห่มเข้าก็สบายเนื้อ ราคาก็แพง,
แม้จะกลางใหม่กลางเก่าแล้ว สีก็ยังงาม นุ่งห่มเข้าก็ยังสบายเนื้อราคาก็แพง,
แม้จะเก่าคร่ำแล้ว สีก็ยังงามนุ่งห่มเข้าก็ยังสบายเนื้อ ราคาก็แพงอยู่นั่นเอง.
ผ้ากาสีแม้ที่เก่าคร่ำแล้ว คนทั้งหลายก็ยังใช้เป็นผ้าห่อรตนะ (เพชรพลอย) หรือเก็บไว้ในหีบอบ."



เมื่อทรงจะเปรียบเทียบธรรมเรื่องความไม่ประมาท ก็ทรงยกเอาผ้ากาสีเป็นเครื่องเปรียบความ ดังปรากฏความในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ จันทิมสูตร สังยุตตนิกาย มหาวรรค ว่า

“ภิกษุทั้งหลาย ผ้าที่ทอด้วยด้ายชนิดใดชนิดหนึ่ง “ผ้าแคว้นกาสี” ชาวโลกกล่าวว่า เลิศกว่าผ้าเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมทั้งหมด ก็ฉันนั้นเหมือนกันนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาทบัณฑิตกล่าวว่า เลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น” (สํ.ม.๑๙/๑๔๘/๗๖)



และในส่วนอื่นของพระไตรปิฎก ก็มีการกล่าวถึงผ้ากาสีในหลายแห่ง ผ้ากาสีจึงเป็นผ้าโบราณที่หาชมได้ยาก และมีชื่อเสียงอยู่คู่กับนครพาราณสี หรือแคว้นกาสีโบราณมานับแต่สมัยก่อนพุทธกาล ซึ่งปัจจุบันติดอันดับเมืองสำคัญของโลกที่มีผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่น สืบต่อกันมามากที่สุดกว่า ๔,๐๐๐ ปี


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.gotoknow.org/posts/501566


ผ้ากาสี


ในสมัยพุทธกาล พาราณสีเป็นเมืองใหญ่และเจริญ เป็นศูนย์ กลางการค้าที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง ผ้ากาสีและเครื่องหอมแก่นจันทน์ของแคว้นกาสี เป็นสินค้าซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในสมัยโน้นและในสมัยนี้


ผ้ากาสี เป็นสินค้าสำคัญมาเนิ่นนานดังนั้นนอกจากต้องอำลาแม่น้ำคงคาแล้ว หากไม่ได้ไปเยี่ยมชมผ้ากาสีซึ่งเป็นที่กล่าวถึงแต่ครั้งพุทธกาลก็คงไม่ทราบเหตุผลว่าเพราะเหตุใดผ้ากาสีจึงมีชื่อกล่าวถึงแม้ในครัั้งพุทธกาล
แม้ว่าปัจจุบันนี้ผ้ากาสีที่ยังคงใช้วิธีย้อมและทอผ้าแบบโบราณที่เนิ่นนานกว่าสามพันปี นี้กลายเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาโดยชาวอินเดียที่เป็นชาวมุสลิมมิใช่ชาวฮินดูเสียแล้ว

ร้านค้าร้านใหญ่ที่คณะผู้แสวงบุญไปเยี่ยมชมนั้นไม่คนขายเป็นหญิงเลย ผ้าถูกจัดวางขายไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย สนนราคามีตั้งแต่ราคาหลักร้อยบาท ผืนละหลักพันบาท หลายพัันบาท และเป็นหมื่นบาท (เงินไทย )

เมื่อสัมผัสเนื้อผ้าที่ยิ่งมีราคา ก็ยิ่งรู้สึก ถึงความนุ่มเนียนลื่นยามลูบไล้ รู้สึกได้เลยว่าเป็นผ้าที่ใส่แล้วไม่ร้อนแน่นอน







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น