Header

Header

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สู่แดนพระพุทธองค์ ๖๙ องคุลิมาล




บ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

หากในเวลานี้พุทธศาสนิกชนไปจาริกสังเวชนียสถานเมืื่ิอมาถึงเมืองสาวัตถีในอดีตกาล มาปลงสังเวชที่พระเชตวันมหาวิหารแล้ว คณะทัวร์ย่อมต้องพาไปบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้สร้างวัดพระเชตวัน และใกล้ ๆ กับอนุสรณ์บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี จะมีสถูปที่กล่าวกล่าวกันว่า เป็นที่พักอาศัยของปุโรหิตกรุงสาวัตถีซึ่งเป็นท่านบิดาของจอมโจรผู้สร้างประวัติศาสตร์โลกอหิงสกกุมาร หรือที่เป็นที่รู้จักกันดีในนามองคุลิมาล

ท่านปุโรหิตผู้นี้มีนามว่าภัคควพราหมณ์ มีภรรยาชื่อนางมันตานีพราหมณ์ แห่งนครสาวัตถี (โคตรทางบิดาคือคัคคะ โคตรของมารดา คือมันตานี) สองสามีภรรยาพราหมณ์คู่นี้มีบุตรชาย ชื่ออหิงสกะ หมายถึงกุมารผู้ไม่เบียดเบียน

ภัคควพราหมณ์ ได้ส่งอหิงสกะกุมารไปศึกษาศิลป์ศาสตร์กับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เมืองตักศิลา

อหิงสกะ มีความรู่้และความประพฤตดี จนมีศิษย์ร่วมสำนักอิจฉาริษยา ยุอาจารย์ให้กำจัดอหิงสกะ ด้วยการลวงว่าหากอหิงสกะฆ่าคนได้ครบหนึ่งพันคน อาจารย์จะมอบวิชาวิเศษอย่างหนึ่งให้ อหิงสกะหลงในกลอุบายของอาจารย์

บัณฑิตหนุ่มแห่งนครสาวัตถีจึงกลายเป็นมหาโจรผู้โหดร้ายทารุณ เที่ยวตัดนิ้วมือคนที่ตนฆ่าตายแล้วมาร้อยเป็นพวงมาลัยห้อยคอ (เพื่อให้สามารถนับจำนวนคนที่ถูกฆ่าได้ครบถ้วน)

อหิงสกะจึงได้ชื่อว่าองคุลิมาล แปลว่ามีนิ้วเป็นมาลัย


บ้านภัคควพราหมณ์ ปุโรหิตเมืองสาวัตถี บิดาอสิงสกะ
ขอขอบคุณภาพจากhttp://www.dhammahome.com/webboard/topic14902.html

ในองคุลิมาลสูตรกล่าวว่า

องคุลิมาลโจรได้เห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จมาแต่ไกล มีความคิดว่า
" น่าอัศจรรย์จริง ๆ ไม่เคยมีเลย พวกบุรุษสิบคนก็ดี ยี่สิบคนก็ดี สามสิบคนก็ดี สี่สิบคนก็ดี ก็ยังต้องรวมกันเป็นพวกเดียวกันเดินทางนี้ แม้บุรุษพวกนั้นยังถึงความพินาศเพราะมืือเรา สมณะนี้ผู้เดียว ไม่มีเพื่อน ชะรอยจะมาข่ม ถ้ากระไรเราพึงปลงสมณะเสียจากชีวิตเถิด "

ตรั้นแล้วองคุลิมาลโจรถือดาบและโล่ห์ผูกสอดแล่งธนู ติดตามพระผู้มีพระภาคไปทางพระปฤษฏางค์ พระผู้มีพระภาคทรงบันดาลอิทธาภิสังขาร โดยประการที่องคุลิมาลจอมโจรวิ่งจนสุดกำลังก็ไม่อาจทันพระองค์ผู้เสด็จไปตามปกติ

องคุลิมาลคิดว่า
 " น่าอัศจรรย์จริงหนอ ไม่เคยมีเลยด้วยว่า เมื่อก่อนแม้ช้างกำลังวิ่ง ม้ากำลังวิ่ง รถกำลังแล่น เนื้อกำลังวิ่ง เราก็ยังวิ่งตามจับได้ แต่ว่าวันนี้เราวิ่งจนสุดกำลังยังไม่อาจทันสมณะนี้ซึ่งเดินไปตามปกติได้ "

ดังนี้จึงหยุดยืนกล่าวกับพระผู้มีพระภาคว่า
 "จงหยุดก่อนสมณะ จงหยุดก่อนสมณะ"

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
 "เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านเล่าจงหยุดเถิด "

ครั้งนั้นองคุลิมาลดำริว่า สมณะศากยบุตรเหล่านั้นเป็นคนพูดจริงทำจริง แต่สมณะรูปนี้เดินไปอยู่กลับพูดว่า
 "เราหยุดแล้วองคุลิมาล ท่านเล่าจงหยุดเถิด"

 ถ้ากระไรเราจะถามสมณะรูปนี้ดู ความว่า
" สมณะท่านกำลังเดินไปยังกล่าวว่าเราหยุดแล้วและท่านยังไม่หยุด ยังกล่าวกับข้าพเจ้าผู้หยุดแล้วว่ายังไม่หยุด ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กับท่าน ท่านหยุดแล้วเป็นอย่างไร  ข้าพเจ้ายังไม่หยุดแล้วเป็นอย่างไร "


ขอขอบคุณภาพจาก www.suttas.net

พระพุทธองค์ตรัสว่า
 "องคุลิมาล เราวางอาชญาในสรรพสัตว์ไปแล้วจึงชื่อว่าหยุดแล้วในกาลทุกเมื่อ ส่วนท่านไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเราจึงหยุดแล้ว ท่านยังไม่หยุด"

องคุลิมาลกราบทูลว่า
"ท่านผู้เทวดามนุษย์บูชาแล้วแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ มาถึงป่าใหญ่เพื่อจะสงเคราะห์ข้าพเจ้าสิ้นกาลนาน ข้าพเจ้านั้นจักประพฤติละบาป เพราะฟังคาถาอันประกอบด้วยธรรมของท่าน"

องคุลิมาลโจรกล่าวดังนี้แล้วได้ทิ้งดาบและอาวุธลงในเหวลึก มีหน้าผาชัน ถวายบังคมพระบาททั้งสองของพระสุคต แล้วได้กราบทูลขอบรรพชากับพระองค์ ณ ที่นั่นเอง
(พระสุคต, พระสุคโต หมายถึง ท่านผู้เสด็จไปดีแล้ว)

ก็แลพระพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นศาสดาเอกของโลกทั้งเทวโลกได้ตรัสกับองคุลิมาลโจรในเวลานั้นว่า
" ท่านจงมาเป็นภิกษุเถิด"


ขอขอบคุณภาพจากwww.oknation.net

วันหนึ่งพระองคุลิมาลออกไปบิณฑบาต ได้พบหญิงคนหนึ่งกำลังเจ็บท้องได้รับความทุกข์ทรมานเจียนใจจะขาด เพราะคลอดยาก องคุลิมาลเกิดความสงสารเป็นที่สุดมิรู้จะช่วยอย่างไร จึงกลับมาที่เชตวันมหาวิหาร และกราบทูลพระบรมศาสดาทรงทราบ พระพุทธองค์ทรงแนะนำองคุลิมาลให้กลับไปช่วยผู้หญิงนั้น โดยให้ตั้งสัจจกิริยาว่า

 "ตั้งแต่อาตมภาพเกิดมา ยังไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตให้ล่วงไปเลย ขออำนาจแห่งความสัจจ์นี้ จงบันดาลให้เธอและลูกในท้องจงสวัสดีเถิด"

องคุลิมาลกราบทูลคัดค้านว่า ได้เคยฆ่าคนมามากแล้ว ถ้าไปตั้งสัจจกิริยาเช่นนั้นเกรงว่าจะไม่ได้ผล

พระบรมศาสดาจึงทรงอธิบาย ความหมายของการเกิดขององคุลิมาลว่า หมายถึงเกิดมาในผ้าเหลืองเป็นอริยชาติแล้วต่างหาก องคุลิมาลเห็นจริงจึงกลับไปหาหญิงคนนั้น แล้วตั้งสัจจกิริยาว่า

ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต
นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา
เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ, โสตถิ คัพพัสสะ.

(คำแปล - ดูก่อนน้องหญิง นับแต่เราเกิดโดยอริยชาตินี้แล้ว เราไม่เคยคิดปลงชีวิตสัตว์เลย ด้วยสัจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่เธอ ขอความสวัสดีจงมีแก่ครรภ์ของเธอ)
ทันใดนั้นหญิงที่มีครรภ์ก็คลอดบุตรอย่างง่ายดาย
ขอขอบคุณบทสวดนี้จาก
http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2006/11/N4861028/N4861028.html



วันหนึ่งพระองคุลิมาลหลีกออกจากหมู่อยู่แต่ผู้ดียว เป็นผู้ไม่ประมาทมีความเพียร แล้วอีกไม่นานัก พระองคุลิมาลได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง

สมัยนั้นเป็นเวลาเช้าท่านพระองคุลิมาลเข้าไปบิณฑบาตในนครสาวัตถี เวลานั้น ก้อนดิน ท่อนไม้ ก้อนกรวด ที่บุคคลขว้างไปแม้โดยทางอื่น ก็มาตกลงที่กายของพระองคุลิมาล ทำให้ท่านศรีษะแตก โลหิตไหล บาตรก็แตก ผ้าสังฆาฏิก็ฉีกขาด เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นพระองคุลิมาลเดินมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้ตรัสกับพระองคุลิมาลว่า
"เธอจงอดกลั้นไว้เถิด เธอจงอดกลั้นไว้เถิด เธอได้เสวยผลกรรมซึ่งเป็นเหตุจะให้เธอพึงหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีเป็นอันมาก ตลอดร้อยปีเป็นอันมาก ตลอดพันปีเป็นอันมาก ก็แต่นี้ปัจจุบันนี้เท่านั้น"

ต่อมาท่านพระองคุลิมาล เป็นต้นเหตุแห่งพระพุทธบัญญัติไม่ให้บวชโจรที่ขึ้นชื่อเสียงโด่งดัง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สู่แดนพระพุทธองค์ อินเดีย-เนปาล โดยพระราชรัตนรังษี (ว.ป.วีรยุทฺฺโธ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น