Header

Header

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

พรรณไม้ที่เรียกหาว่า ...กาฝาก....



กาฝากมีความหมายตามพจนานุกรมดังนี้
กาฝาก น. ชื่อพรรณไม้หลายชนิดหลายวงศ์ที่อาศัยเกาะดูดน้ำและแร่ธาตุ หรือสารอาหารที่สังเคราะห์แล้วจากพรรณไม้อื่น ส่วนใหญ่มักใช้เรียก ไม้พุ่มที่อาศัยเกาะเบียนไม้ต้นชนิดต่าง ๆ ในวงศ์ Loranthaceae, Santalaceae และ Viscaceae.




กาฝาก (parasites)
กาฝาก (parasites) เป็นพืชที่อาศัยเกาะขึ้นกับพืชอื่น และแย่งอาหารจากพืชที่เกาะอยู่และ บางชนิดก็แย่งอาหารจากพวกกาฝากด้วยกันพืช พวกกาฝากจะมีรากชนิดหนึ่ง เรียกว่า รากเบียน (haustoria) ที่แทงทะลุเปลือกไม้เข้าไปถึงขั้นเยื่อสร้างความเจริญเติบโต (Cambium) ของพืชที่เกาะอาศัยอยู่ พืชกาฝากแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1.. พวกเบียนลำต้นเป็นพืชในวงศ์ลอแรนทาซิอี (Loranthaceae) ซึ่งมีหลายสกุล และมากมายหลายชนิด พบขึ้นทั่วไปตามต้นไม้ต่างๆ และมักเรียกชื่อตามต้นไม้ที่เกาะเบียนอยู่ เช่น กาฝาก มะม่วง กาฝากก่อตาหมู เป็นต้น




2.. พวกเบียนราก มีหลายวงศ์ เช่น
วงศ์ขนุนดิน (Balanophoraceae) อาศัยเกาะกินรากต้นไม้ป่าชนิดต่างๆ ตัวอย่างเช่น ขนุนดินลำต้นแยกแขนงสั้นๆ ชิดกันเป็นกระปุกใหญ่สีน้ำตาล ผิวขรุขระ ส่วน โหราเท้าสุนัข ซึ่งใช้เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งนั้น ลำต้นแยกแขนงค่อนข้างห่างกัน
วงศ์ดอกดิน (Orobanchaceae) อาศัยเกาะกินอาหารจากรากไผ่
วงศ์บัวผุดRafflesiaceae) ได้แก่ กระโถฤาษี ดอกตูม เป็นก้อนกลมๆ สีขาว เวลาบานจะเห็นภายในสีน้ำหมากประเหลือง กลิ่นไม่ชวนดม




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5





กาฝาก
ชื่ออังกฤษ: parasites
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dendrophthoe Mart
เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ในวงศ์ Loranthaceae
ชื่อไทยว่า "กาฝากของส้มโอ" ชื่อท้องถิ่น เดี้ยงแปงซ่าง(เมี่ยน)




กาฝาก
มักอาศัยเกาะขึ้นกับพืชอื่น และแย่งอาหารจากพืชที่เกาะอยู่และ บางชนิดก็แย่งอาหารจากพวกกาฝากด้วยกัน พืชกาฝากต้องพึ่งพาต้นไม้อื่นในการดำรงชีวิต เพราะมันไม่สามารถเกาะอยู่บนต้นไม้อื่นเฉยๆแบบกล้วยไม้ ว่านไก่แดง หรือนมตำเรีย ซึ่งเป็นพืชอิงอาศัย (epiphyte) แต่กาฝากจะต้องแทงรากเข้าไปในท่อลำเลียงน้ำและแร่ธาตุของต้นไม้อื่นนั้น เพื่อแย่งเอามาเป็นอาหารของกาฝาก เพราะกาฝากเป็นพืชเบียน (parasite) บนคาคบไม้ จึงแตกต่างจากกล้วยไม้และพืชอิงอาศัยอื่น ๆ




ต้น
กาฝากเป็นพืชที่มีเนื้อไม้แข็ง มีใบเขียวชอุ่ม และผลัดใบตามฤดูกาล จากลักษณะของลำต้น กาฝากเป็นไม้พุ่มที่มีกิ่งก้านสาขามากมาย




ใบ
มีใบเป็นใบเดี่ยวที่ติดเรียงแบบตรงกันข้าม (opposite)ขอบใบเรียบ เนื้อใบเหนียวหนา บางชนิดมีใบกว้าง แต่บางชนิดมีใบแคบ พวกกาฝากจะมีรากชนิดหนึ่ง เรียกว่า รากเบียน (haustoria) ที่แทงทะลุเปลือกไม้เข้าไปถึงขั้นเยื่อสร้างความเจริญเติบโต (Cambium) ของพืชที่เกาะอาศัยอยู่







ดอก



ดอกกาฝากมีทั้งที่เป็นดอกเดี่ยวและดอกช่อที่ติดกันเป็นกลุ่ม(dichasium) ขึ้นอยู่กับชนิดของกาฝาก เมื่อนำดอกกาฝากมาพิจารณาดู จะเห็นว่า ดอกกาฝากมีกลีบเรียงเป็น 2 วงชั้น กลีบใน (petal) มี 2-3 กลีบ กลีบนอก (sepal) มี 2-3 กลีบเช่นกัน

















ผล
ผลของกาฝากมักมีสีขาว มีเปลือกเหนียว หรือแข็ง ภายในมีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว ซึ่งมีเมือกเหนียวๆห่อหุ้มไว้ เมือกเหนียวๆ นี้เองที่ทำให้เมล็ดกาฝากเกาะติดอยู่บนกิ่งไม้ได้นานๆและเหนียวแน่น จนกว่าจะงอกเป็นต้นกาฝากเล็กๆ มีรากเจาะดูด (haustoria) แทงเข้าไปในท่อลำเลียงน้ำและแร่ธาตุของต้นไม้ได้




การแพร่พันธุ์

เมล็ดกาฝากไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้เอง ถ้าหากผลสุกจนแก่จัด จะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ถึงจะร่วงหล่นลงบนกิ่งไม้บ้าง แต่ผลนั้นยังมีเนื้อผลไม้หุ้มเมล็ดอยู่ จึงไม่มีวันที่เมล็ดกาฝากจะไปติดอยู่ตามกิ่งไม้ต่างๆได้เลย นอกจากจะอาศัยนกเท่านั้น เพราะนกจะกินผลกาฝากเข้าไปเป็นอาหาร แล้วถ่ายเมล็ดกาฝากออกมาพร้อมกับมูลของมัน นกที่ช่วยแพร่พันธุ์ให้กับต้นกาฝาก คือ นกกาฝาก (Flowerpeckers) เนื่องจากเมล็ดกาฝากมียางเหนียวๆหุ้มอยู่ จึงติดอยู่ที่ปากของนก ทำให้นกเกิดความรำคาญ ต้องเอาปากไปเช็ดกับกิ่งไม้ที่มันเกาะ จนเมล็ดกาฝากติดอยู่กับกิ่งไม้ แล้วงอกงามเป็นต้นกาฝากเกาะกินต้นไม้นั้นในเวลาต่อมา ในขณะที่นกเหล่านี้สอดจะงอยปากเข้าไปดูดกินน้ำหวานในกรวยดอกกาฝาก ละอองเกสรตัวผู้จะติดตามปากและขนบริเวณหน้าผากของนก เมื่อนกเหล่านี้สอดจะงอยปากเข้าไปดูดกินน้ำหวานในดอกกาฝากดอกอื่น ละอองเกสรตัวผู้จึงร่วงหล่นและผสมกับเกสรตัวเมียในดอกกาฝากดอกนั้น ทำให้กาฝากต้นนั้นติดผลได้ ในทางชีววิทยาถือว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างนก



กาฝากบนต้นมะม่วง



กาฝากเป็นพืชในวงศ์ลอแรนทาซิอี (Loranthaceae) ซึ่งมีหลายสกุล และมากมายหลายชนิด พบขึ้นทั่วไปตามต้นไม้ต่างๆ และมักเรียกชื่อตามต้นไม้ที่เกาะเบียนอยู่ เช่น กาฝากมะม่วง กาฝากก่อตาหมู เป็นต้น
ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย




กาฝาก ขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่หลายชนิด เช่น มะม่วง สน โพธิ์ หูกวาง เป็นต้น เมื่อกาฝากมีจำนวนมากขึ้นจะทำให้ต้นไม้ยืนต้นที่กาฝากอาศัยอยู่ตายไปในที่สุด



แต่ในขณะนี้เป็นที่ยอมรับกันว่ากาฝากจากต้นมะม่วงมีสรรพคุณทางสมุนไพร คือนำต้นมาตากแห้ง ต้มน้ำดื่มเป็นยาลดความดันโลหิต ปรุงยาต้มสำหรับสตรีหลังคลอด และเป็นสินค้าขายดีของบางชุมชน

http://eherb.hrdi.or.th ระบุว่า ผล กินได้ ส่วน ใบ ชงดื่มแก่้ไอ และใช้ตำพอกแผลได้




จากชีวิตชาวสวนของพลอยโพยมเมื่อพบว่ามีกาฝากเจริญงอกงามที่ต้นไม้ (ไม้ผลกินได้) ที่ต้นไม้ชนิดใดก็ตามที ก็จะมีกำจัดกาฝากเหล่านั้นด้วยการตัดกิ่งในส่วนที่มีต้นกาฝากเติบโตขึ้นมาทิ้งไปเลย แต่ก็ไม่เคยนำต้นฝากกาฝากมาใช้ประโยชน์ใด ๆ และส่วนมากที่พบต้นกาฝากมากที่สุดก็คือกาฝากบนต้นมะม่วง กาฝากเป็นพืชน่ารังเกียจเดียดฉันท์ของชาวสวน หากปล่อยปละละเลย กิ่งของต้นไม้ก็โทรม เหี่ยวแห้ง ตายแห้งเป็นกิ่ง ๆ




พลอยโพยมเคยพบเห็นฤทธิ์เดชของต้นกาฝากงอกงามจนในที่สุด ต้นไม้ที่กาฝากเกาะอาศัยต่ายไปก็มีบ่อย ๆ ซึ่งในที่สุดต้นกาฝากเองก็ดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน





พลอยโพยมพบภาพสวย ๆ ( คนถ่ายภาพมีฝีมือมาก อยากเชิญผู้สนใจตามไปดูภาพ มหันตภภัยตัวร้ายของต้นไม้ที่มีชื่อว่าต้นกาฝากกันที่
http://www.magnoliathailand.com/webboard/index.php?topic=528.0 โดยคุณ George
http://www.the-than.com/FLower/Fl-1/165/165.html
เห็นภาพแล้วอยากไปเรียนการถ่ายภาพจริง ๆ


กาฝากมะม่วง






.


ซุ้มประตูวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ถูกนกกานำต้นโพธิ์มาแพร่ขยายพันธุ์เจริญงอกงามบนสิ่งก่อสร้างที่เป็นอิฐ หิน ปูนทราย ได้เช่นกัน ที่ปราสาทของขอมหลายแห่ง ก็ถูกต้นสปงขึ้นรุกรานตัวปราสาท แต่บางคนก็ว่า เพราะมีรากของต้นสปง ( ตามคำเรียกของมัคคุเทศน์ชาวกัมพูชาเรียกหา) จึงทำให้ปราสาทหลายแห่งคงสภาพอยู่ได้ ไม่พังทรุดลงมาก็มี








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น