Header

Header

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

มุทิตาสักการะ.

มุทิตาสักการะ



พระอาทิตย์ส่องสว่างในกลางวัน




พระจันทร์ส่องสว่างในกลางคืน




แต่พระสัทธรรมขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ส่องสว่างยั่งยืนทั้งกลางคืนและกลางวันนิรันดร

แม้พระสัทธรรมจะส่องสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน แต่มนุษย์น้อยคนนักที่จะเห็นแสงสว่างแห่งความเป็นจริงนั้นได้ ถ้าเราไม่มีผู้ที่จะช่วยชี้ทาง พวกเราโชคดีที่ได้มีโอกาสได้พบท่านเหล่านั้น หนึ่งในนั้นคือ พระอาจารย์สว่าง ติกฺขวีโร พระวิปัสสนาจารย์ผู้ช่วยชี้ทางสว่าง ดังสมญานามของท่าน แม้จะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใด ท่านก็มีเมตตาและมุ่งมั่นที่จะสั่งสอนและอบรมเพื่อพาพวกเราไปให้ถึงฝั่ง




ด้วยสำนึกในบุญคุณแห่ง "ดวงประทีปแห่งแสงธรรม" ดวงนี้ คณะศิษยานุศิษย์จึงได้แสดงมุทิตาสักการะ เพื่อแสดงกตัญญุตา แด่พระอาจารย์ ในปีนี้ จัดในวันเสาร์ ที่ 12 มกราคม 2556 นี้ ณ วัดวิปััสนาติกขวราราม บ้านคลองสะท้อน อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา



พลอยโพยมได้รับคำชวนจากกัลยาณมิตร ศิษย์ร่วมพระวิปัสสนาจารย์ คือคุณลิลลี่ เจ้าของบ้านเรือนไทย สามหลัง บ้านสวนพฤกษา ตำบลบางกะไห อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเปิดบ้านเรือนไทยนี้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม  คุณลิลลี่ชวนพลอยโพยมว่าเดินทางไปด้วยกันได้ไม่ต้องขับรถไปเอง




ปีนี้พลอยโพยมไม่มีสารถีทั้ง พี่ใบเตยลูกสาวและน้องใบไผ่ลูกชาย ซึ่งล้วนติดภาระกิจไปร่วมงาน มุทิตาสักการะ อย่างปีที่แล้วด้วยไม่ได้ พลอยโพยมก็เลยโชคดีได้อาศัยรถไปร่วมงาน
 และเพราะการที่เข้าไปขอพันธุ์ไม้ต้นลำแพน ที่บ้านพี่สุกัลยา นาคะพงศ์ ที่ตำบลบางกรูดมา พี่สุกัลยา ก็เลยฝากมะม่วง น้ำดอกไม้ และเขียวเสวย ไปถวายพระฉันเพลด้วย ได้โอกาสที่พลอยโพยม มีมะม่วงอร่อยแท้ ๆ ของเมืองแปดริ้่วไปแสดงตัวตนตามคำร่ำลือว่า  "  มะม่วงอร่อยต้องที่เมืองแปดริ้ว  " นั้น เป็นเช่นนี้เอง เสียดายที่ได้ไปเพียงมะม่วงทะวาย



มะม่วงเขียวเสวย


ทะวาย ว. ผลไม้ที่ออกไม่ตรงตามฤดูกาล. (มาจากคำว่า ต่อวาย).
source : อ.เปลื้อง ณ.นคร




มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง (ยังดิบอยู่)

ทะวาย : ว. ที่ออกผลไม่ตรงตามฤดูกาล (ใช้แก่ผลไม้) เช่น มะม่วงทะวาย.
source : ราชบัณฑิตยสถาน





และเพราะรู้กะทันหัน เกินไป ( ปีนี้จัดงานเร็วล่วงหน้าเพื่อให้ตรงกับวันหยุด) อีกด้วย
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายกะทันหันไว้ว่า เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ทันใด ปัจจุบันทันด่วน จวนแจ.





พลอยโพยมจึงได้มะม่วง น้ำดอกไม้สีทองที่สอยลงมาก่อนเพียงสองสามวัน วางผึ่งลมเฉย ๆ ไม่มีการบ่มสุก จำนวนเพียงแค่จัดถวายพระและเหลือจากพระฉันแล้วลูกศิษย์จึงจะได้กินต่อ ส่วนมะม่วงเขียวเสวย ได้ไปพอเหลือเลี้ยงลูกศิษย์นิดหน่อย





แล้วพลอยโพยมก็ได้ยินคำชมเชยกับความหวานของมะม่วงว่า หวานอะไรอย่างนี้หนอ มิหนำซ้ำนั่นเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีความหวานน้อยสุดของบรรดาพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้ ( น้ำดอกไม้เขียวหวานที่สุด รองลงมาน้ำดอกไม้ขาว ส่วนน้ำดอกไม้เบอร์สี่ หวานระดับกลาง ๆ )


ตะกร้อสอยมะม่วง

ส่วนมะม่วงเขียวเสวย ทั้งหวานและมันในตัว พลอยโพยมสอยมาจากต้นบ้านพี่สุกัลยา จนฝ้าขึ้นกระจายเต็มหน้า เพราะสอยมะม่วงตอนบ่ายสองโมง มะม่วงต้นเก่าสูงมากแดดส่องจ้าและยังเมื่อยล้าในการยกตระกร้อด้ามยาวสอยมะม่วงลงมา ( ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะได้สอยมะม่วงตั้งใจไปแค่ขอต้นลำแพนมา และพลอยโพยมไม่เคยสอยมะม่วงเองมาก่อนเลยในชีวิตของลูกหลานชาวสวน งานแบบนี้เป็นหน้าที่เด็กผู้ชาย พี่สุกัลยาแขนเจ็บเพราะหกล้มมาสามสี่เดือนแล้ว และอยากฝากมะม่วงไปร่วมบุญพลอยโพยมจึงต้องลงมือปลุกปล่ำสอยเอง)

ได้บุญถ้วนหน้าทั้งเจ้าของมะม่วงและคนสอยที่เสียสละใบหน้าไปอาบแดดร้อนระอุมา




บุคคลในภาพนี้มิใช่พลอยโพยม  เป็นชาวมีนกรที่กำลังสอยมะม่วงที่บ้านคุณปู่คุณย่าของใบเตยและใบไผ่ หากพลอยโพยมอยากกืนมะม่วงก็ไม่ต้องลงแรงสอยเอง มุมการสอยมะม่วงและความสูงของต้นมะม่วงใกล้เคัยงกับต้นมะม่วงบ้านพี่สุกัลยาแต่ผืดเวลากันในภาพนี้เป็นตอนเช้า แต่พลอยโพยมสอยตอนบ่าย





เมื่อไปถึงวัดแสนจะตื่นเต้นยินดีปลาบปลื้มใจ เพราะนอกจากจะได้แสดงมุทิตาสักการะพระวิปัสสนาจารย์แล้ว มีการทอดผ้าป่าและที่สำคัญเป็นวันที่วัดอัญเชิญ "พระธรรมสัจจศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า " พระประธานของวัด ซึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลักจากประเทศเวียตนาม ขึ้นประดิษฐานบนศาลาปฎิบัติธรรมด้วย




โดยได้ความมาว่า เดิมที่พระอาจารย์ตั้งใจที่แกะสลักพระประธานจากหินอ่อน แต่ลูกศิษย์ของท่านแนะนำว่ารู้จักช่างแกะสลักพระจากไม้ที่ประเทศเวียตนาม เมื่อพาพระอาจารย์ไปเยี่ยมชม พระอาจารย์ก็เปลี่ยนใจเปลี่ยนเป็นพระประธานแกะสลักจากไม้แทน เพราะช่างที่เวียตนามกราบเรียนท่านว่า มีท่อนไม้ตะเคียนทองท่อนใหญ่ ขนาดแกะสลักพระประธานขนาดที่ท่านต้องการได้ (หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง ประมาณ 4 เมตร ) พระอาจารย์ก็เลยตกลงใจ พลอยโพยมไม่แน่ใจว่ากับช่วงเวลาหากใช้ประมาณการว่า สองปีเศษ จากวันนั้นมาจนวันนี้ที่วัดได้ประดิษฐานพระพุทธรูปไม้แกะสล้กเสร็จสิ้น




งานพิธีเริ้มตั้งแต่ 9.30 น. จนบรรดาศิษย์กินข้าวกลางวัน พระประธานก็มาถึงวัดโดยรถบรรทุก 18 ล้อ นำขบวนด้วยรถของกรมทางหลวง โดยมีเส้นทาง เริ่มต้นจากแหล่งแกะสลักที่ประเทศเวียตนาม ผ่านเส้นทางบกคือถนน เข้าสู่ประเทศลาว และตรงต่อมายังประเทศไทยด้านจังหวัดมุกดาหาร ผ่านถนนหลวงสายอีสานเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมาเส้นทางเขาปักธงชัย ผ่านลำพระเพลิงเข้าสู่วัด บนรถของพระประธานตกแต่งสวยงาม มีโยคีหญิง( โยคีหมายถึงผู้มีความเพียร, ผู้ฝักใฝ่ในธรรม ) แต่งชุดขาวนั่งประคอง พานแก้ว ลูกแก้ว ดอกบัว หลายคน ที่นั่งพื้นด้านหน้าด้านหลังพระประะธาน มีโยคีชายยืนหน้าฐานพระประธาน








ใช้เวลาในการประดิษฐานพระพุทธรูปนานพอสมควรจนงานสำเร็จลุล่วง




ในวันนี้ ตั้งแต่เช้ามีฝนตกพรำ ๆ ให้พื้นที่รอบ ๆ วัดเย็นชุ่มฉ่ำ และขาดเม็ดฝนก่อนเริ่มงานพิธี หลังจากนั้นก็ฟ้าหลัว ไม่มีแดด บรรยากาศเย็นชื้นชุ่มฉ่ำ จนทำให้ถ่ายภาพไม่เจิดจ้า แต่เมื่อเคลื่อนย้ายองค์พระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนอาคารศาลาปฏิบัติธรรมเสร็จ เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่แสงแดดก็แผดจ้าขึ้นมาทันที และแสงแดดก็ร้อนระอุจนการเดินนอกอาคารร้อนมาก เหงื่อซึมเลยทีเดียว




ตลอดเวลาการเคลื่อนย้ายองค์พระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์ตลอดเวลา ญาติโยมส่วนใหญ่นั่งพนมมืออยู่บนศาลา แต่พลอยโพยมเกาะติดสถานะการณ์ลงไปยืนข้างรถสิบแปดล้อตลอดเวลาเช่นกัน ลุ้นระทึกการยกองค์พระพุทธรูปขึ้นประดิษฐาน โดยยกฐานขึ้นไปก่อน มีการบรรจุ ของมงคลต่าง ๆ บนฐานองค์พระ แล้วจึงยกองค์พระขึ้นไปวางบนฐาน คณะทีมงานเคลื่อนย้ายและกองเชียร์ให้กำลังใจ ร่วมลุ้นระทึกตลอดเวลา จนงานสำเร็จเรียบร้อย แสงแดดร้อนระอุแผดจ้าจนพลอยโพยมกระเจิดกระเจิงแจวอ้าวกลับขึ้นศาลา































หลังจากนั้น ก็มีพิธีการทอดผ้าป่า พระวิปัสสนาจารย์ พระสว่าง ติกฺขวีโร เจ้าอาวาสเป็นองค์รับผ้าป่า ปิดท้ายด้วยการรดน้ำแสดงมุทิตาสักการะพระอาจารย์ แล้วก็ทยอยแยกบ้ายกันกลับบ้าน พลอยโพยมออกจากบ้านเวลา หกโมงเช้า กลับถึงบ้านเกือบหกโมงเย็นขาดไม่กี่นาที




ผู้ร่วมงานขบวนการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปคุยกับพลอยโพยมว่า โดยเบื้องต้นไม้ตะเคียนทองต้นนี้ก็มีเทพสิงสถิตอยู่แล้ว ประมาณอายุต้นไม้สองร้อยปีขึ้นไป มีขนาดรอบต้น หลายคนโอบแกะสลักแล้วได้องค์พระหน้าตักกว้าง 2 เมตร ยิ่งเมื่อนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ก็ไม่ต้องพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์




เมื่อแกะสลักเสร็จการเคลื่อนย้ายลำบากมาก เพราะต้องระมัดระว้งความอ่อนช้อยขององค์พระ ต้องใช้รถตำรวจทางหลวงนำทางทุกพื้นที่ โดยตำรวจทางหลวงเองประสานงานกันเป็นระยะ ๆ ในช่วงต่อรอยตะเข็บของพื้นที่ การขับรถขึ้นลงช่วงเขาปักธงชัย ขับรถผ่านทางโค้งมากมายของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มีความยากลำบากมากจริง ๆ




แต่ทุกขั้นตอนก็สำเร็จด้วยดี ทุกคนที่อยู่ในกระบวนการเคลื่อนย้ายร่วมงานกันด้วยปลาบปลื้มใจ เต็มใจและตั้งใจในงานหน้าที่ที่ปฎิบัติอยู่ อย่างรอบคอบระมัดระวัง และรู้สึกศรัทธาทั้งยังเอิ่มอิ่มปลาบปลื้มในผลบุญครั้งนี้มาก





ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความร่วมอนุโมทนารับบุญกุศลในครั้งนี้ด้วยกันเทอญ
สาธุ สาธุ สาธุ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น