Header

Header

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

ดอกเอ๋ย...เจ้าดอกจาก

ดอกเอ๋ย...เจ้าดอกจาก
แม้จำพราก...ยากลืมเลือน


แส้..สารพัด.....ปัดรังควาน
แขวนที่ต้น ช่อม่วง หรือ พวงคราม
ภูมิปัญญาท้องถิ่น (อีกเช่นเคย) ของชาวบ้านริมฝั่งชล



แส้นี้เป็นผลิตผลจากส่วนหนึ่งของดอกจาก

ขอเบรกอารมณ์ของพลอยโพยมเอง เล่าเรื่องปลาช่อน และปลาในวงศ์เดียวกันออกยืดยาว ไม่คิดว่าน้องชายไปจับปลาช่อนมาจากบ่อ เพราะน้ำในบ่อเริ่มแห้งลง มีปลาเริ่มตายเหมือน แม่กบและบรรดาลูกอ๊อด ได้มาหลายตัว ตัวดำมะเมื่อมทีเดียว

แล้วพอเข้าครัวก็พบ ปลาช่อนต้มยำส่งกลิ่นยวนยั่ว หันไปหันมา นึกถึงเรื่องที่เล่าแล้วก็เศร้าใจ น้องชายบอกว่า กินไปเถอะเขาไม่เอามากินเองเขาก็เอาไปขาย ยังไงปลาก็ตายอยู่ดี สรุปว่าพลอยโพยม ก็กินปลาช่อนตัวใหญ่ในหม้อต้มยำไปแล้วละกันน่ะค่ะ


ลำน้ำบางปะกงและดงป่าจาก ต่างมีกันและกัน เรื่องของต้นจาก มีเรื่องเล่ามากมาย แต่วันนี้ขอลัดตัดเรื่องเฉพาะของดอกจาก แค่ส่วนเดียวก่อน เพราะมีภาพที่ให้อารมณ์สุนทรีกับตัวคนเล่าได้นั่นเอง



ในลำคลองสองฟากล้วนจากปลูก
ทะลายลูกดอกจากขึ้นฝากแฝง
ในนิราศเมืองเพชร ของสุนทรภู่


หากอ่านเรื่องราวของชาวอำเภอบางปะกง
ไม่ว่า จะเป็นที่มาของชื่อของตำบลท่าสะอ้าน ที่เล่ากันว่าเพี้ยนมาจากเดิม ท่าสะอื้น
หรือชาวจีน ที่มาจอดเรือ ที่อำเภอบางปะกง ได้ผจญฝูงยุง จนต้องร้องคร่ำครวญว่า ไอ๊หยา....มังก๋ากง
และ ที่คลองผีขุด ต้องกางมุ้งคุยกันตั้งแต่ก่อนพลบค่ำ

ทั้งนี้ล้วนสืบเนื่องมาจาก ยุงชุกชุมมาก เพราะป่าแสม ป่าจาก อันธรรมชาติจัดสรรไว้ให้ ว่า บริเวณดังกล่าว เป็นที่หลบอาศัย แพร่พันธุ์ อย่างดีของบรรดายุง แต่มนุษย์ก็ช่างเป็นสัตว์โลกที่มีความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ เช่นกัน ดังนั้น บรรพบุรุษ เรา หลังจากผจญ ยุงในป่าจาก ก็ เหลียวซ้ายแลขวา ในป่าจากนั่นเอง แล้วก็เกิดความคิดบรรเจิดจ้าขึ้นมาได้ เมื่อพบ ดอกจาก หลังจากพบว่า ดอกจากในป่าจาก มีคุณประโยชน์ที่หยิบฉวยมาได้มากมาย เริ่มตั้งแต่ ดอกจากอ่อน


ดอกจากอ่อน
ความตั้งใจจะถ่ายภาพปูจาก แต่พอกดชัตเตอร์ ปูจากก็ไต่ปรู๊ดลงโคนทางจากไปเสียแล้ว

ดอกจากอ่อนนี้นำไปต้มกินกับน้ำพริก ถ้าจะให้อร่อยข่มรสฝาดเล็กน้อยต้องราดกะทิ ด้วย
หรือนำไปแกงกะทิก็ได้
งวงจากหนุ่มสามารถทำไม้กวาดหรือแส้ปัดแมลงได้ ***
หรือทำแปรงล้างกระบอกตาลเวลาทำน้ำตาลจากได้อีก

น้ำตาลจาก ทำจากจั่นของลูกจาก ได้รสชาติหวานปนเค็มเล็กน้อย ใช้นำมาทำน้ำตาลได้ เหมือนจั่นมะพร้าว หรืองวงตาล ดังนั้นก่อนนำมาเคี่ยวเป็นน้ำตาล ก็สามารถ ทำน้ำตาลเมาหรือกระแช่ได้เช่นกันด้วย



ภาพนี้ต้องการสื่อก้านของดอกจาก ว่า มีความยาวอย่างในภาพ



พัฒนาการของดอกจาก


ชาวบางกรูดเรียกผลจากทั้งทะลายนี้ว่า โหม่งจาก



ในป่าจากก็จะมีโหม่จากมากมายหลายรุ่น

ตัดโหม่งจากออกมา ใช้สันมีดโต้ หรือชาวบางกรูด เรียกว่ามีดอีโต้ ( ไม่เคยมีใครเรียก ไอ้โต้ นะ ขอบอก) ต่อยผลโหม่งจาก ผลจากก็จะหลุดออกมาเป็นผลๆ ใช้มือซ้ายจับผลจากตั้งด้านหัวคือด้านที่หลุดออกจากแกนโหม่งจาก ตั้งบนแผ่นกระดานที่ใช้แทนเขียงทำนองนั้น มือขวาจับมีดให้มั่น ฟันฉั่วะ ลงไปบน ด้านหัวหรือขั้วของผลจาก ผลจากก็จะแยกเป็น สองซีก ใช้หัวนิ้วมือแม่โป้งที่แต่ละคนถนัด งัดหรือแคะเนื้อข้างในออกมา เนื้อข้างในเป็นสีขาวขุ่นเล็กน้อยหากไม่แก่จัด มีลักษณะเหมือนเป็นน้ำตาลใน เหมือนไข่ต้มน้ำตาลในทำนองนั้น จะเป็นน้ำตาลในขนาดไหน ขึ้นกับความแก่อ่อนของผลจาก ถ้าแก่มากก็ไม่เป็นน้ำตาลใน เป็นก้อนไตแข็งๆ มักไม่ใช้กินกัน โยนทิ้งกองไว้ตรงนั้น ถ้าอ่อนไป ก็เหลวโจ๊ก ได้เนื้อนิดเดียว

การผ่าลูกจาก (ตอนเด็กๆ ใครๆ ก็เรียกลูกจากกันทั้งนั้น ไม่มีคนเรียก ผลจากกันหรอก)มักผ่ากันแถวๆพื้นดิน เพราะจะมีน้ำกระเด็นออกมาเลอะเทอะบริเวณรอบๆ ไม้กระดาน หรือเขียงที่ใช้รองลูกจาก และเปลือกลูกจาก ก็มีปริมาณมาก เนื่องจากจะได้เนื้อเพียงนิดเดียว การตัดโหม่งจากในแต่ละครั้งก็จะตัดมาคราวละหลายๆโหม่ง ถ้าไม่มีรายการเอาลูกจากมาเชื่อม เด็กคนไหนอยากกินก็ไปนั่งยองๆแถวๆที่เอาโหม่งจากวางไว้ เอามีดโต้ผ่าแล้วใช้นิ้วโป้งงัดเนิ้อขึ้นมากินสดกันตรงนั้น ขอบรรยายละเอียดอีกนิดว่า น้ำลูกจากตรงกลางลูกที่ผ่าซีกออก หวานหอมอร่อยมาก เมื่อถูกผ่าซีกแบะออกมา น้ำจะขังอยู่ในวงกลางของเนื้อแต่ละซีก เด็กๆก็จะยกขึ้นมาเอาปากดูดน้ำตรงนั้นออกมาก่อน แล้วจึงงัดเนื้อขึ้นมา ต่างคนต่างผ่า ต่างดูดน้ำ และต่างงัดเนื้อขึ้นมากิน แล้วก็ผ่าลูกใหม่

แต่หากจะเอาไปเชื่อม ก็ทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะจะต้องกินกันเป็นส่วนรวม ไม่ส่วนตั้ว ส่วนตัว น้ำจากลูกจาก ก็จะหกตอนแคะเนื้อขึ้นมาเกือบหมด เหลือติดมาเพียงเล็กน้อย

หากได้เนื้อผลจากที่กำลังดี นำไปเชื่อมกับน้ำตาลทราย บนเตาไฟก็จะได้ลูกจากเชื่อมที่มีกลิ่นหอมหวานเชิญชวนให้พวกเด็ก คว้าชาม กะละมัง ช้อนหอย มาตักกินกันหลังจากเย็นดีแล้ว (แหมเราไม่รีบร้อนกินตอนยังร้อนๆอยู่แน่นอน) แต่หากว่าเนื้อค่อนข้างแก่แต่ยังพอรับได้ ก็ต้องซอยเนื้อให้เป็นชิ้นเล็กลงก่อน นำไปเชื่อมน้ำตาล ดังในภาพ ที่พลอยโพยมหาซื้อมาจะได้ ลูกจากเชื่อม ในลักษณะดังภาพ




ผลจากเจ้าลอยแก้ว บอกความแล้วจากจำเป็น
จากช้ำน้ำตากระเด็น เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตงฯ
กาพย์เห่เรือ ในรัชกาลที่ 2



ลูกจากเชื่อม

ภาพข้างต้นนี้ หากในสมัยเด็กของพลอยโพยม เราถือว่า เนื้อแก่ไปสักหน่อยเสียแล้ว เด็กๆมักเมินหน้า เพราะยังมีโหม่งจากอีกหลายโหม่งให้เราเอามีดอีโต้ผ่าออกมากินกันได้ตามใจชอบ


การผ่าผลลูกจาก ต้องเป็นผู้ชำนาญการ ไม่อย่างนั้นมีดโต้อาจฟันฉั่วะลงไปบนนิ้วมือข้างซ้ายของเราเองแทนผลจาก ก็จะได้กินลูกจากเชื่อมเลือดไปด้วย




ลูกจากเชื่อมหลายถ้วยนี้ เชิญผู้อ่าน เลือกตักแบ่งๆกันไปรับประทานกันได้เลย รสไม่หวานจัดนัก





ลูกจากเชื่อมนี้เป็นวัตถุประสงค์รองของเรื่องเล่าวันนี้ เป็นรายการ(ลดแลก)แจกแถมเท่านั้นเอง วัตถุประสงค์หลักของวันนี้เป็นเรื่องของ
แส้..สารพัดปัดรังควาน แต่พอเล่าจริงเนื้อหารายละเอียด กลับไปอยู่ที่ลูกจากเชื่อม

พลอยโพยมพยายามสื่อภาพให้ผู้อ่านเห็นก้านของดอกจากแล้ว และขอโยงเรื่องกลับไปที่เรื่องของยุง


ผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นโบราณ ใช้ก้านของดอกจากมาทำแส้ ปัดยุงปัดแมลงหรืออื่นๆ เวลาผู้ใหญ่โมโหเด็กดื้อก็ใช้ด้ามแส้ตีระบายอารมณ์ได้ (เขียนไปยังงั้นเอง ที่บ้านพลอยโพยมนั้น มีขั้นตอนการลงโทษเด็กทำความผิด เป็นเรื่องเป็นราวมีขั้นตอนยืดยาว ใช้เวลาเป็นชั่วโมง บางครั้งถึงสองชั่วโมงก็มี แต่ยังไม่เล่าคราวนี้เพราะแยกเล่าได้อีกเรื่องทีเดียว)


ก้านของดอกจาก(ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว) ที่ถูกคัดเลือกแล้วจะถูกตัดมาทำแส้ ซึ่งมีวิธีทำคร่าวๆดังนี้คือ


ใช้มีดควั่นก้านดอกจากในระยะที่คำนวณว่าใช้เป็นหัวของด้ามแส้ และใช้เป็นที่ผูกเชือกสำหรับใช้แส้นี้แขวนกับข้างฝาบ้านที่หยิบใช้ได้สะดวกมือ เว้นระยะของด้ามแส้พอประมาณเป็นด้ามแส้ ควั่นรอยรอบก้านดอกจากนี้ไว้อีกครั้ง หลังจากนั้นใช้ท่อนไม้ทุบส่วนปลายของก้านจาก จากรอยควั่นจนสุดปลายก้าน ทุบให้ก้านแตกจนเนื้อก้านแตกละเอียด

ก้านของดอกจากนี้ มีลักษณะเป็นเส้นใย คล้ายๆเปลือกชั้นในของมะพร้าว เส้นใย ก็มีความยาวตามความยาวของก้าน เส้นใยนี้ถูกยึดอัดกันเป็นเนื้อแน่น
จึงจำเป็นต้องแยกเส้นใยออกจากเนื้อของก้านจากให้หมด

นำส่วนปลายที่แตกละเอียดนี้ ลงสางในน้ำ การสางในน้ำมีความมุ่งหมายเพื่อสางเอาเนื้อของก้านจากหลุดออกไปให้ง่ายขึ้น คงเหลือเพียงเส้นใย ซึ่งเนื้อของก้านเทื่เอามาสางในน้ำก็จะหลุดออกมาไม่มากนัก
จึงต้องนำกลับมาทุบอีก นำลงสางในน้ำอีก ทำเช่นนี้หลายครั้ง จะกี่ครั้งก็ได้ จนกว่าจะได้ส่วนปลายรอยควั่น เหลือเพียงเส้นใยยาวๆมีลักษณะ เป็นเพียงเส้นสาย ดังภาพ




นำไปตากให้แห้ง

ก็จะได้ แส้..สารพัด..ปัดรังควาน คือใช้ ปัดสารพัดสิ่งที่มารบกวน เรา จะเป็น ยุง แมลงอื่นๆ แม้แต่คนที่เข้ามาใกล้เราแล้วรบกวนความสุขสงบของเรา ก็เอาแส้ ปัด คนๆนั้นออกไปห่างๆ เราได้เช่นกัน พลอยโพยมขอเรียกหาว่า แส้วิเศษ

แต่ภาพแส้ แสนวิเศษนี้ กว่าจะได้มา พลอยโพยมก็ถูกหนามของต้นเฟื่องฟ้าต้นนี้เกี่ยวเสื้อ เกี่ยวแขน แถมที่พื้นดินมีคนมาลิดกิ่งเฟื่องฟ้ากองไว้ ล้วนมีแต่หนามแหลมทั้งนั้น สรุปว่าโดนหนามเกี่ยวไปทั้งตัวเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น