Header

Header

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

ร่มไม้ใบบัง

ร่มไม้ใบบัง


ต้นไม้ข้างบ้านของบ้านพลอยโพยม








ต้นไม้ป่าที่ไม่มีใครรู้จักชื่อ อายุ 30 ปี เป็นไม้ที่เติบโตช้ามาก เคยเด็ดกิ่งที่มีดอกและใบไปถามหากับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายไม้ป่าในสวนจตุจักร ก็ไม่มีใครรู้จักชื่อ พลอยโพยมพบต้นไม้นี้ที่บ้านคุณ จิม ทอมสัน สุขุมวิท ริมคลองแสนแสบ ที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ต้นใหญ่กว่าที่บ้านพลอยโพยม สูงเลยหลังคาบ้าน สองชั้น เหมือนกัน


ต้นคำมอกหลวง อยู่หน้าระหว่างไม้ป่าไม่รู้จักชื่อทั้งสองต้น




ใต้ร่มต้นกาฬพฤกษ์ ตันหยง และมะฮอกกานี อายุ เกือบ 20 ปี ต้นกาฬพฤกษ์เคยดอกออก พลอยโพยมได้แต่แหงนหน้ามองชมความงามของดอกไม้



เฟริน์ข้าหลวงหลังลาย และต้นไม้ที่ปลูกชืดกันเหมือนที่ลูกชายว่าเหมือนดำนาปลูกข้าว ทั้ง ๆ เขาก็ไม่เคยเห็นการดำนา จริง ๆ



ต้นไม้รอบบ่อที่เคยเลี้ยงปลาบึก ปัจจุบันเป็นบ่อร้าง นาน ๆ ครั้ง ก็จะมีเต่านา คลานขึ้นมาจากบ่อ



พระจันทร์ค้างฟ้าข้างบ่อปลาบึก



พระจันทร์ค้างฟ้าข้างบ่อปลาบึก อีกด้านหนึ่ง



ทางไปหลังบ้านของพลอยโพยมด้านซ้ายมือ


ทางไปหลังบ้านของพลอยโพยมด้านขวามือ


ด้านหน้าจากศาลพระภูมิ


พลอยโพยม ปล่อยให้ต้นตะขบเติบโตเบียดกันอีกด้านหนึ่งของบ้าน เพื่อให้เป็นอาหารของ นกและกระรอก เวลานกและกระรอก ออกมาหากินจะกระโดดไปมาระหว่างต้นตะขบ ที่ใต้ต้นตะขบของบ้านพลอยโพยม ออกลูกเป็นกล้วยน้ำว้า ( เอากล้วยน้ำว้าสุกไปแขวนให้นั่นเอง) แต่ต้นตะขบจะล้มง่ายเวลามีลมพายุมา


ด้านหลังของบ้านส่วนใหญ่เป็นมะฮอกกกานี


ไม้มะค่าโมง ประดู่เหลือง พยอม อินจัน ต้นหมาก มะเฟือง สายหยุด



มะค่าโมง ข้างโรงเก็บของ




พลอยโพยมบรรยายเสียละเอียด เกิดมีผู้ไม่ประสงค์ดี เข้ามาก็รู้จักทางรอบบ้านกันหมดพอดี บ้านพลอยโพยมเป็นบ้านแบบบ้านนอกทั่วไปมีครัวแยกต่างหาก ที่สำคัญคือต้องมีโรงโล่่ง ๆ ไว้เป็นสถานที่เอนกประสงค์ พลอยโพยมแบ่งกั้นโรงเก็บของเป็นห้องเก็บของ ซึ่ง เก็บของต่างๆ ไว้ เป็นสิบปี ไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ แต่ถ้าหากเลือกทิ้งของอย่างหนึ่งอย่างใดไป ในไม่ช้่าก็จะมีความจำเป็นต้องใช้ของสิ่งนั้น เป็นแบบนี้บ่อย ๆ จึงไม่ยอมทิ้งอะไร มีแต่เอาไปใส่เพิ่ม เคลียร์ห้องเก็บของไม่ได้สักที มีถุงดำเขียนว่ารอคัดสรรก็ไม่เคยไปคัดสรรเลือกทิ้งสักที




ตอนพลอยโพยมยังทำงานอยู่ ไปสวนจตุจักรทุกเช้าวันพุธก่อนไปทำงาน ซื้อต้นไม้มาปลูก ที่ลูกชายบ่นเสมอว่า แม่ปลูกต้นไม้เหมือนดำนา มีที่ว่างตรงไหน แม่ก็จ่อม ๆ ต้นไม้ลงไป ปัญหาคือขยันปลูก แต่รอเทวดารดน้ำให้ ต้นไม้มากมายที่ปลูกไว้นั้น ใช้หลัก ตายก็ฝัง ยังก็เลี้ยง แม้แต่กล้วยไม้ป่าซึ่งเหลือรอดมาเพราะพี่ชายแสนดีช่วยจัดการให้ สมัยนั้นคนขับรถเคยถามพลอยโพยมว่า พี่ครับ พี่จะปลูกป่าเหรอครับ ถ้าขึ้นหมดบ้านพี่เป็นป่าแล้วนะครับ ก็ควรจะเป็นป่าจริง ๆ เป็นป่าแบบป่ารก ๆ ต้นหญ้ามากมายที่ไม่ยอมตาย แต่ต้นไม้พลอยโพยมปลูกไว้ตายไปหลายร้อยต้นทีเดียว ไม้ป่าทั้งนั้นรวมทั้งไม้ดอกหอมมากมาย สิบกว่าปีที่ไปจตุจักร จนคนขายบอกว่า พี่ครับสงสัยร้านพี่ต้องใหญ่มากแน่ ๆ เขานึกว่าพลอยโพยมซื้อเอาไปขาย ก็พลอยโพยมซื้อต้นไม้แต่ละที่ อย่างละ 5 -10 ต้น (ปลูกเผื่อตายอยู่แล้ว) ท้ายรถ เปิดมาต้นไม้วางนอนเรียงสับหว่างเต็มท้ายรถ ส่วนในรถก็เป็นไม้กระถางเห็นแต่หัวคนขับรถประมาณนั้น




พลอยโพยมปลูกต้นกันเกราไว้ ยี่สิบกว่าต้น สองสามต้นสุดท้ายเพื่งตายไปเพราะ ปลูกไกลบ้านลุยหญ้าไปดูไม่ไหว รวมทั้งต้นฝาง ( ต้นน้ำยาอุทัย ) 3 ต้น ที่รอดชีวิต สูงเลยตัวพลอยโพยมแล้ว รวมทั้งไม้แดง ( มีคนงานในบ้านปลูกให้) มีนกรที่บ้านเคยแนะนำ พลอยโพยมให้ทำสวนพรรณไม้เพื่อการเรียนรู้ ให้ปักป้ายบอกชื่อ ข้อมูลต้นไม้สั้น ๆ ( เหมือนพรรณปลาที่พลอยโพยมทำอยู่) แต่ พอเลิกเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา ที่บ้านก็ไม่มีคนงาน พลอยโพยมทำคนเดียวไม่ได้ และปัจจุบันก็ไม่มีเรี่ยวแรงขุดดิน เพราะจอบเสียมของพลอยโพยมเป็นแสตนเลสหนักมาก ยกเสียมยังไม่ทันขุดดินก็หมดแรงแล้ว



ทุกวันนี้ พลอยโพยม แค่รดน้ำต้นไม้อย่างเดียวก็หมดเวลาในแต่ละวัน ทดลองว่าลองทำให้เสร็จในวันจะรดได้หมดไหม ปรากฏว่า ออกไปรดน้ำตั้งแต่โมงเช้า เที่ยงเข้ามาทานข้าว ออกไปรดใหม่ หนึ่งวันไม่เสร็จ ลองเปลี่ยนรดเป็นโซน ๆ 3 โซน 3 วัน แล้วเวียนมาโซน ที่ 1 ใหม่ ก็พออยู่ได้ได้มีเพียงบางต้นเหี่ยวเฉาไปบ้าง วันไหนมีภารกิจอื่นๆออกนอกบ้าน ไม่ได้รดน้ำต้นไม้ ต้นไม้ก็เฉา น่าสงสารจริง ๆ เฉพาะบริเวณนี้ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง เพราะต้นไม้แต่ละต้น มีกล้วยไม้ผูกติด ต้นละประมาณ 5-6 ต้น โคนต้น ก็มีหัวมัน โคนต้นละ 3-4 หลุม มีต้นไม้เล็ก ปลูกแซม เพื่อรอตัดไม้กระถินเทพาที่ชราภาพมากทิ้งเมื่อไม้เล็กโตแล้ว มีกระถางต้นแซ่ม้า และเฟริน์ในกระถางตลอดแนว



อุปกรณ์ทำสวน ที่มีนกรข้าง ๆ ตัว อุตส่าห์ จัดทำให้พลอยโพยมใช้ปลูกต้นไม้ แม้แต่รถเข็น


บันไดไม้ไผ่ทอดถึงแค่เพียงกิ่งล่างสุดของไม้ป่า


ที่บ้านพลอยโพยมมีต้นไม้มากมายดังภาพ แต่พอตัดต้นสนและไม้ยืนต้นอื่น ๆ ที่อยู่ด้านนอกออกไป บ้านก็ร้อนมาก อยู่อย่างไม่เป็นสุขเหมือนก่อนตัด รวมทั้งต้องริดกิ่งไม้ที่อยู่ชิดรั้วออกไปไม่ให้กิ่งยื่นออกไปที่ของคนอื่น บ้านของพลอยโพยมอยู่ข้างหลังป้ายสีแดงในภาพ และภาพนี้เป็นภาพแนวต้นไม้แบ่งเขตแดน



พลอยโพยมนึกถึงบ้านคนอื่น ๆ ที่ไม่มีต้นไม้แบบนี้ จะอยู่กันร้อนขนาดไหน กันหนอ จากชีวิตวัยเด็กที่เคยอยู่บ้านสวน พลอยโพยม ต้องใช้ชิวิตอยู่กับป่าต้นไม้ ที่มองดูรกรุงรังจนลูก ๆ บ่น ว่า ต้นไม้ของแม่เยอะก็จริงแต่มันรกมาก ๆ เลยนะแม่ แม่จัดให้มันดูมีระเบียบ เป็นแถวเป็นแนวก็คงจะดีนะแม่่



ก็ตอนที่ปลูกน่ะ พยายามอัดต้นไม้ให้อยู่ใกล้ ๆ บ้าน มีที่ว่างก็ชี้นิ้วเลยว่า ขุดตรงนี้ ขุดตรงนี้ ก็ต้นไม้ที่เอาไปปลูกไกลบ้าน ตายเกือบหมด เหลือแต่หญ้า


แม้แต่บริเวณนี้นี้ก็ถูกบ่นว่ารกไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น