Header

Header

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สู่แดนพระพุทธองค์ เพื่อ นมัสการพุทธสังเวชนียสถาน ๑๗ เมืองพาราณสี ๑



เมืองพาราณสี แห่งแคว้นกาสี


ขอขอบคุณภาพจาก
www.vichadham.com

พาราณสี (บาลี: Bārāṇasī พาราณสี; สันสกฤต: वाराणसी, Vārāṇasī วาราณสี, เสียงอ่านฮินดูสถาน: [ʋaːˈɾaːɳəsiː] ( ฟัง)) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี (Kingdom of Kashi) ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ห่างจากลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุตตรประเทศเป็นระยะทาง ๓๒๐ กิโลเมตร พาราณสีมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ดเมืองศักดิสิทธิ์ (สัปดาปุริ, Sapta Puri) ในความเชื่อของศาสนาฮินดูและศาสนาเชน พาราณสีมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า  ๔,๐๐๐ ปี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอินเดียและยังจัดเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วย ถือว่าเป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ ถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดียและเป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก ครั้งสมัยอาณานิคม เมืองนี้มีชื่อว่า เบนาเรส (Benares)


ขอขอบคุณภาพจาก
หนังสือสู่แดนพระพุทธองค์ อินเดีย - เนปาล โดยพระราชรัตนรังษี (ว.ป.วีรยุทฺโท)


แคว้นกาสี ตั้งอยู่ทางตะวันตกของแคว้นมคธ เมืองหลวงชื่อ พาราณสี ก่อนพุทธกาล กาสี เป็นแคว้นที่รุ่งเรืองเข้มแข็งและมีอำนาจมาก มาในพุทธสมัยกลับอ่อนกำลังและหมดความสำคัญลง ถึงขั้นต้องขึ้นกับแคว้นโกศล โดยมีพระเจ้าปเสนทิแห่งแคว้นโกศล เป็นพระราชาของแคว้นกาสีนี้ด้วย

อาณาเขตของแคว้นกาสี มีปรากฏว่า ทางทิศตะวันออก ติดกับแคว้นมคธ ทิศเหนือติดกับแคว้นโกศล ทิศตะวันตกติดกับแคว้นวังสะ แต่ไม่มีระบุไว้ว่ามีขอบเขตแค่ไหน ยกเว้นด้านตะวันออกซึ่งได้พูดถึงแล้ว สำหรับเมืองหลวงของแคว้นพาราณสี ต่างกับเมืองอื่น ๆ คือสามารถดำรงมั่นคงอยู่ได้ตลอดมา ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลจน กระทั่งบัดนี้ ไม่ถูกทิ้งร้างให้เป็นซาก หรือเปลี่ยนสภาพเป็นอื่นไป จนแทนค้นหาไม่พบเหมือนเมืองอื่น ๆ ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและรักษานามเดิมไว้ได้ตลอดมา


ขอขอบคุณภาพจาก
www.dhammanukroh.org

ตัวเมืองพาราณสี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคงคา ระหว่างปากน้ำพารณะหรือวารณะ หรือวรุณะ กับปากน้ำอสี ซึ่งไหลมาออกแม่น้ำคงคาทางเหนือ และใต้ของเมืองโดยลำดับ เพราะเมืองตั้งอยู่ระหว่างปากน้ำทั้งสองดังกล่าว จึงได้เอาชื่อของลำน้ำทั้งสองมารวมเข้าด้วยกัน ตั้งเป็นชื่อเมืองว่า พาราณสี หรือ วาราณสี ชื่อตามทางการปัจจุบัน คือ วาราณสี สมัยอังกฤษปกครองเรียกว่า เบนาเรสบ้าง บนารัสบ้าง เดี๋ยวนี้เบนาเรสหายไปแล้ว ยังใช้กันอยู่บ้างแต่บนารัส


ขอขอบคุณภาพจาก
www.oceansmile.com

ปัจจุบัน พาราณสีมีฐานะเป็นจังหวัด หรือเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของรัฐอุตตรประเทศ ซึ่งมีลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวง เป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีการคมนาคมติดต่อกับเมืองอื่น ๆ ทั้งทางเครื่องบิน รถยนต์ และรถไฟ อยู่ห่างจากเดลีโดยทางรถไฟ ๗๖๓ กิโลเมตร จากกัลกัตตา ๖๗๘ กิโลเมตร จากบอมเบย์ ๑๔๙๕ กิโลเมตร จากปัฏนา ๒๒๙ กิโลเมตรและจาก คยา ๒๒๐ กิโลเมตร

ในสมัยพุทธกาล พาราณสีเป็นเมืองใหญ่และเจริญ เป็นศูนย์ กลางการค้าที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง ผ้ากาสีและเครื่องหอมแก่นจันทน์ของแคว้นกาสี เป็นสินค้าซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในสมัยโน้นและในสมัยนี้


ขอขอบคุณภาพจาก
www.pawluang.com

อิสิปตนะมฤคทายวัน สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนาของพระพุทธองค์ อยู่ที่แคว้นกาสีนี้ ปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ เป็นเขตชานเมืองพาราณสี อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ในสมัยโน้น ระยะทางจากพุทธคยาถึงสารนาถ (คือจากอุรุเวลาเสนานิคมถึงอิสิปตนะมฤคทายวัน) มีกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ว่า ๑๘ โยชน์ พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศคำสอนของพระองค์เป็นครั้งแรกที่นี่ ทรงได้พระสาวกองค์แรกถึงองค์ที่ ๖๐ ที่นี่ ทรงเริ่มงานประกาศพระศาสนาด้วย การส่งพระสาวกรุ่นแรก ๖๐ ท่านดังกล่าว ซึ่งเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ให้แยกย้ายกันไปยังที่ต่าง ๆ จากที่นี่

ที่อิสิปตนะมฤคทายวัน หรือสารนาถนี้ นอกจากปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแล้ว พระพุทธองค์ยังได้ทรงแสดงพระสูตรอื่น ๆ อีกหลายสูตร ในต่างโอกาสต่างวาระกัน อาทิเช่น อนัตตลักขณสูตร ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าปัญจสูตร ปาสสูตร กฏุวิยสูตร รถการสูตร ซึ่งมีชื่ออย่างอื่นอีกว่า ปเจตนสูตร หรือจักกวัตติสูตร กับสมยสูตร และธัมมทินนสูตรผลแห่งการที่ทรงแสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตนสูตร แก่พระปัญจวัคคีย์ ณ อิสิปตนะมฤคทายวันนี้ ทำให้พระโกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าของปัญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรม คือได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน แล้วได้รับอุปสมบทเป็นพระภิกษุจากพระพุทธองค์ ด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นอันได้มีพระภิกษุสาวกองค์แรกขึ้นในพระพุทธศาสนา และได้ทำให้พระสังฆรัตนะอันเป็นองค์หนึ่งแห่งพระรัตนตรัยเกิดขึ้นในโอากสนั้น ทำให้พระรัตนตรัยเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ผลแห่งการที่ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร หรือปัญจสูตร ทำให้พระปัญจวัคคีย์ซึ่งทั้งหมดได้รับอุปสมบทแล้ว ได้บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันตบุคคลในพระศาสนา


ขอขอบคุณภาพจาก
www.rmutphysics.com

ณ ที่นี้ พระพุทธองค์ได้ทรงมีพระบัญญัติห้ามภิกษุฉันเนื้อมนุษย์ สืบเนื่องจากการที่นางสุปปิยาอุบาสิกา ผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสนาอย่างแรงกล้า ได้เฉือนเนื้อจากขาของตนให้ปรุงเป็นน้ำต้มเนื้อ ถวายแก่พระภิกษุรูปหนึ่งผู้มีความต้องการน้ำต้มเนื้อ ทั้งนี้โดยที่นางได้ปวารณาว่าจะจัดถวาย แต่แล้วก็ไม่สามารถจะหาเนื้อตามปกติในท้องตลาดได้

พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดเศรษฐีบิดาพระยสะ และท่านเศรษฐีได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน ได้แสดงตนเป็นอุบาสก ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต เป็นอุบาสกคนแรกที่ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และเป็นคนแรกแห่งอุบาสกบริษัทที่ได้บรรลุธรรมเป็นอริยบุคคลมารดาและภรรยาเก่าของพระยสะ ได้สดับพระธรรมเทศนาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงโปรดแล้ว ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันเช่นกัน ได้ปฏิญาณตนเป็นอุบาสิกาถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ทั้งสองท่านเป็นอุบาสิกาคู่แรกที่ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และเป็นคู่แรกในฝ่ายอุบาสิกาบริษัท ที่ได้บรรลุธรรมเป็นอริยบุคคล


ขอขอบคุณภาพจาก
board.palungjit.org

โดยนัยเดียวกันกับฝ่ายอุบาสกพระพุทธรัตนะ และพระธรรมรัตนะ เกิดที่แคว้นมคธ พระสังฆรัตนะ เกิดที่แคว้นกาสี พระรัตนตรัยเกิดขึ้นสมบูรณ์ที่แคว้นกาสีพระภิกษุสาวกองค์แรก และอุบาสกอุบาสิกาถึงไตรสรณคมน์เป็นครั้งแรกมีขึ้นที่แคว้นกาสี อุบาสกอุบาสิกาที่ถึงไตรสรณคมน์เป็นครั้งแรก เกิดที่แคว้นกาสี

มีเรื่องกล่าวไว้ในอรรถกถาธรรมบทว่า เมื่อพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่นันททิยมาณพ แห่งพาราณสี ผู้ใจบุญและมีศรัทธาในพระศาสนาอย่างแรงกล้า ได้สร้างวิหารอย่างวิจิตรสวยงาม ณ อิสิปตนะมฤคทายวัน แล้วมอบถวายแด่พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ ด้วยผลแห่งกรรมดีดังกล่าว ได้มีวิมานสำหรับนันทิยะเกิดขึ้นคอยท่าในสวรรค์ ตั้งแต่นันทิยะยังไม่ตายในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช คือเมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้วได้ ๒๐๐ ปีเศษ อิสิปตนะมฤคทายวันได้เป็นวัดหรือสำนักใหญ่โต พระเจ้าอโศกได้ทรงสร้างสถูปเจดีย์และเสาศิลาจารึกไว้ บางสิ่งยังคงมีปรากฏให้เห็นในบัดนี้


ขอขอบคุณภาพจาก
www.matichon.co.th

อิสิปตนะมฤคทายวัน ดำรงความเป็นสำนักใหญ่โตและเป็นศูนย์กลางการพระศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งตลอดมา จวบจนกระทั่งถูกมุสลิมเตอร์กทำลาย เมื่อจวนจะสิ้นคริสต์ศตรวรรษที่ ๑๒ คือเมื่อประมาณพุทธศักราช ๑๗๓๗ หรือคริสต์ศักราช ๑๑๙๔ จากนั้นก็ถูกทอดทิ้งตลอดมาเป็นเวลากว่า ๗๐๐ ปี ไม่มีโอกาสฟื้นตัวได้อีก เช่นเดียวกับนาลันทาและสำนักทางพุทธศาสนาอื่น ๆ ซึ่งก็ได้ถูกทำลายลงในระยะไล่เลี่ยกัน การถูกทำลายในยุคนี้ ถือว่าเป็นการถูกประหัตประหารอย่างไม่มีครั้งใดรุนแรงเท่ามีผลทำให้พระพุทธศาสนาต้องถึงกับเป็นสิ่งถูกลืม และหมดไปจากอินเดียในที่สุด

ปัจจุบันซากแห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ที่สารนาถหรืออิสิปตนะมฤคทายวัน ได้รับการขุดค้นขึ้นมาให้ปรากฏ ผลจากการขุดค้นสำรวจทำให้ได้พบสิ่งต่าง ๆ มากมาย ที่ควรระบุชื่อโดยเฉพาะก็เช่น สถูปหมายจุดที่พระพุทธองค์เสด็จมาพบพระปัญจวัคคีย์ มูลคันธกุฏีที่ประทับของพระพุทธองค์ สถูป หมายจุดที่ทรงแสดงปฐมเทศนา เสาศิลาจารึกพระเจ้าอโศก มหาราชซากสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระเจ้าอโศกทรงสร้าง กับซากกุฏิ วิหารและเจดีย์ใหญ่น้อยจำนวนมาก รวมทั้งพระพุทธรูปบางปฐมเทศนา ซึ่งได้รับยกย่องว่ามีความงามเป็นเลิศ และสิงห์หัวเสาพระเจ้าอโศก ซึ่งสลักอย่างสวยงามจากหินก้อนเดียว ให้เป็นสิงห์สี่ตัวนั่งหันหลังเข้าหากัน และทางอินเดียได้นำมาเป็นตราแผ่นดิน หรือตราของทางราชการ เช่นที่เห็นกันอยู่ในบัดนี้


ขอขอบคุณภาพจาก
www.dhammajak.net

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.vichadham.com/buddha/city16.html
วิกิพีเดีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น