วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นครกุสินารา ๑๗ พระพุทธวาจาในเวลาสุดท้าย





พระพุทธองค์ประทับใต้ไม้สาละทั้งคู่ที่ผลิดอกออกบานสะพรั่งนอกฤดูกาล ดอกไม้เหล่านั้นโปรยปรายลงเฉพาะพระสรีระเพื่อบูชาพระตถาคต
แม้ดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ก็ตกลงมาจากอากาศ
แม้จุลแก่นจันทน์อันเป็นทิพย์ก็ตกลงมาจากอากาศ
โปรยปรายลงเฉพาะพระสรีระเพื่อบูชาตถาคต แม้เทวดาในหมื่นโลกธาตุก็มาชุมนุมกันเพื่อเฝ้าพระตถาคตที่ป่าสาลวัน เมืองกุสินารา



ในอรรถกถากล่าวว่า ในเมล็ดทรายแห่งกรุงกุสินารา เทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มิได้ถูกต้องแล้วไม่มี
เทวดาบางพวกสำคัญว่าอากาศเป็นแผ่นดิน สยายผมคร่ำครวญล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา
บางพวกสำคัญว่าเท้าขาดแล้ว พากันรำพันว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานเสียเร็วนัก
เรียกว่าเทวดาหมื่นโลกธาตุมาชุมนุมกันที่นี่ แม้เมล็ดทรายหรือช่องว่างของอากาศจะไม่มีเทวดานั้นไม่มี





ดอกมณฑารพ
ขอขอบคุณภาพจาก www.dhammajak.net

ก่อนจะเสด็จปรินิพพาน พระพุทธองค์ตรัสถึงสถานที่เพื่อการระลึกถึงและเจริญในกุศลทั้งหลายใหกุลบุตรผู้ศรัทธาควรเห็น ได้แก่ สังเวชนียสถาน ๔ คือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ผู้จาริกไปยังเจดีย์สถานด้วยความเลื่อมใสแล้ว จักเข้าถึงโลกสวรรค์ได้ เมื่อคราวทำกาละ

ทรงประทานโอวาทรับสั่งกับพระอานนท์ว่า

"เมื่อเราปรินิพพานไปแล้ว บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดว่า พระบรทศาสดาของเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่ควรเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราได้แสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของพวกเธอ เมื่อเราปรินิพพานไปแล้ว



ขอขอบคุณภาพจาก www.madchima.org

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสั่งเป็นปัจฉิมวาจากับภิกษุทั้งหลายว่า
หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลายว่า"
วะยะธัมมา สังขารา
"สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา"
อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ
"พวกเธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด"

นี้เป็นพระวาจาสุดท้ายของพระพุทธองค์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สู่แดนพระพุทธองค์ อินเดีย-เนปาล โดยพระราชรัตนรังษี (ว.ป.วีรยุทฺโธ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น