Header

Header

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

มัจฉา....เยือนวารี...วันนี้ที่ลุ่มน้ำบางปะกง


ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวของ ฉะเชิงเทรา
สำหรับข้าวคงใช้ข้อมูลของเรือกระแชง บอกกล่าวเล่าความได้พอสังเขปแล้ว ก็ขอเล่าในส่วนของ ในน้ำมีปลา...

ในปี พ.ศ.2526
มีเอกสารวิชาการของสถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ เรื่องสภาวะประมง ชนิด และการแพร่กระจายของสัตว์น้ำในแม่น้ำบางปะกง ของสันทนา ดวงสวัสดิ์ เป็นเอกสารที่เจาะรายละเอียดตามอำเภอต่างๆด้วย พบว่ามีสัตว์น้ำที่พบในแม่น้ำบางปะกง 106 ชนิด ทั้งสัตว์น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จากอำเภอเมืองฉะเชิงเทราถึงจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก พบปลาน้ำจืดเป็นส่วนมาก และบริเวณอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ลงมาอำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอบางปะกง พบสัตว์น้ำกร่อยและน้ำเค็มอยู่มากในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนเท่านั้น
กุ้งก้ามกรามพบทุกจุดที่สำรวจ
พบเครื่องมือประมงที่ใช้กัน 20 ชนิด ที่นิยมทำเป็นอาชีพอย่างจริงจังได้แก่เครื่องมือ โพงพาง เฝือกรัง และสวิงรอกุ้งรอเคย
( การทำโพงพาง ยกเว้นเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม จะไม่ทำการประมง)
หมายแหตุ
โพงพางก็คือ เครื่องมือจับสัตว์น้ำ เป็นถุงตาข่ายรูปยาวรี ใช้ผูกกับเสาใหญ่ 2 ต้น ที่ปักขวางลำน้ำ บางแห่งก็มีไม้ช่วยค้ำยัน2 อันต่อ1 เสาเพื่อกันหงายบางที่ก็ไม่มีไม้ค้ำยัน ผู้ที่ทำโพงพางเป็นอาชีพส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่อยู่ริมน้ำ ที่ได้ยื่นขออนุญาตจากทางราชการไว้ เจ้าของโพงพางต้องเสียค่าน้ำให้ราชการ ต่อมามีนโยบายให้ยกเลิกการทำโพงพาง เจ้าของโพงพางเดิมหากเสียชีวิต ทายาทจะไม่ได้รับอนุญาตให้สืบต่อกิจการ ให้ทำได้แค่ชั่วชีวิตของผู้ยื่นขอไว้ครั้งแรกเท่านั้น ดังนั้นปัจจุบันจึงแทบไม่มีการทำโพงพางกันแล้ว บางโพงพางทิ้งร้างเพราะทายาทแยกย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยไม่ทำการรื้อถอนหลักไม้ปักโพงพางออกไปก็มี

อีก25 ปี ต่อมา ในปี พ.ศ.2551

มีการวิจัยของสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดถึงความหลากชนิดของพรรณปลาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงและลุ่มน้ำปราจีนบุรี ของ อภิชาติ เติมวิชชากรและ อภิรดี หันพงศ์กิตติกูล
(ผู้สนใจรายละเอียดไปตามหางานวิจัยนี้ได้ที่อาคารปรีดากรรณสูต กรมประมง บางเขน )
พบชนิดปลาในลุ่มน้ำบางปะกง 146 ชนิด และลุ่มน้ำปราจีนบุรี 135 ชนิด เป็นปลาน้ำจืด 135 ชนิด และปลาน้ำกร่อย 38 ชนิด โดยพบปลาในวงศ์ปลาตะเพียน ปลาสร้อย และปลาซิว มีความหลากชนิดมากที่สุด 47 ชนิด ชนิดพันธุ์ปลาที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์จำนวน 8 ชนิด ได้แก่ ปลาหางไก่ ปลาก้างพระร่วง ปลาหนวดพราหมณ์หนวด 14 เส้น ปลาดุกด้าน ปลาดุกอุย ปลาบู่สมิธ ปลาค้อเกาะช้าง และปลากะทิ


ส่วนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เคยมีโครงการติดตามและประเมินผลการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศของลุ่มน้ำบางปะกง นิเวศชายฝั่งทะเล
(บริเวณอำเภอบางปะกง) พบว่า
1.พรรณไม้ชายเลน มีจำนวนชนิดลดลง บางชนิดพบได้เพียงประปรายเท่านั้น และความสามารถ
ในการสืบพันธุ์ลดลงจากในอดีต 2-3 เท่า
2. จำนวนชนิดของปลาพบเพียง 170 ชนิด จากจำนวนชนิดปลาที่เคยรายงานทั้งหมด 281 ชนิด
โดยเป็นปลาที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ 2 ชนิด คือ ปลาตองลาย วงศ์Notopteridae และปลาตะโกกหน้าสั้น วงศ์ Cyprinidae

และอีก 5 ชนิดมีแนวโน้มสูญพันธุ์ ได้แก่ ปลาหางไก่ ปลาแมวหูดำ วงศ์Engraulidae ปลากะทิงไฟวงศ์ Mastacembembelidae ปลากดหัวลิง วงศ์ Ariidae และปลาดุกด้าน วงศ์ Clariidae

ในขณะที่มีปลาหลายชนิดมีจำนวนลดน้อยลงมากเมื่อเทียบกับปริมาณและการกระจายในเขตน้ำกร่อยในประเทศไทย เช่นปลาจิ้มฟันจระเข้ วงศ์ Syngnathidae ปลาตะโกก ปลาสร้อยนกเขาหน้าหมอง ปลาร่องไม้ตับ ปลาแมว ปลาแมวหนวดยาว ปลากดหัวลิง (Ketengus typus) และกลุ่มปลาปักเป้าเขียว และรวมทั้งปลาโลมาพบว่ามีความชุกชุมลดลง และพบห่างไกลจากปากแม่น้ำบางปะกงมากขึ้น
ในรายงานมีอ้างอิงข้อมูลกรมประมง ปี พ.ศ. 2550 จึงน่าเป็นโครงการในปี พ.ศ.2551



บางกรูดถือเป็นดินแดน สองน้ำ คือน้ำจืดและน้ำกร่อย ในอดีตน้ำจะกร่อยเพียงสี 4 เดือน น้ำจืด8 เดือน และน้ำกร่อยนี้จะขึ้นไปไม่ถึงปราจีนบุรี แต่ในปัจจุบันเมื่อหมดฤดูฝนประมาณต้นเดือน พ.ย.ของทุกปี น้ำทะเลจะหนุนน้ำจืดดันขึ้นไปจนถึง จ.ปราจีนบุรี เมื่อถึงฤดูฝนประมาณเดือน พ.ค. น้ำจืดจะดันน้ำเค็มถอยลงมาจนถึงปากแม่น้ำที่ อ.บางปะกง ในเดือน ก.ค. ก่อนจะถูกน้ำเค็มหนุนกลับขึ้นไปอีกครั้งเมื่อถึงหน้าแล้ง เท่ากับว่าในสถานการณ์ปกติที่ฝนตกตามฤดูกาล แม่น้ำบางปะกงในหลายพื้นที่ จะเป็นน้ำจืดได้เพียง 4 เดือน (ก.ค.- ต.ค.) เท่านั้น
ในด้านของสัตว์น้ำทำให้ มีพันธุ์สัตว์น้ำทะเลหลงเข้ามาในลำน้ำบางปะกงมากขึ้น หลายชนิดได้ปรากฏในลำน้ำที่ปราจีนบุรี
ดังนั้นที่บางกรูดก็มีพันธุ์ปลามากกว่าเดิม อีกทั้งกรมประมงเองก็ส่งเสริมปล่อยพันธุ์กุ้งพันธุ์ปลาลงในแม่น้ำทุกปี แต่กระนั้นความอุดมสมบูรณ์ในลำน้ำก็ยังน้อยกว่าเมื่อ ห้าสิบกว่าปีที่แล้ว แม้จะมีพันธุ์สัตว์น้ำมากประเภทขึ้นและบางชนิดก็คาดว่าสูญพันธุ์ ไปแล้วคือปลาหวีเกศ ซึ่งเคยเป็นชนิดพันธุ์ประจำถิ่นของพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง (หมายถึงฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ) บางชนิดก็ใกล้สูญพันธุ์ จากรายงานข้างต้น รวมทั้งมีปลานำเข้าเริ่มเข้าไปอยู่ในบางแหล่งน้ำคือปลายี่สกเทศและปลานิล เนื่องจาก เป็นปลาที่นิยมใช้เป็นปลาปล่อยเพื่อเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำ

(ปัจจุบันมีการสร้างเขื่อนทดน้ำ ตั้งอยู่บริเวณบ้านไผ่เสวก ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกง เป็นเขื่อนป้องกันน้ำเค็ม ใช้อุปโภคบริโภค และจัดสรรน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก)

ข้างต้นเป็นข้อมูลด้านวิชาการที่ เมื่อได้อ่านมาแล้ว ก็ อยาก..ปันสู่ผู้อ่านในเรื่องของเหตุการณ์ภาพรวมของ มัจฉา .... วันนี้ ..... ที่แม่น้ำบางปะกง

แล้ววันวานของบางกรูดเป็นอย่างไร…
ก็เป็นวิถีชาวบ้าน ชาวบ้าน.....ริมวารี...คลุกคลีกับ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ธรรมชาติจัดสรรไว้ให้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น