Header

Header

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

พรรณไม้ชายน้ำ...ปรงหนู

ปรงหนู



ปรงหนู
ชื่อวิทยาศาสตร์ Acrostichum speciosum Willd.
ชื่อพื้นเมือง: ปรงหนู
ชื่ออื่น ปรง (ตราค)
วงศ์ PTERIDACEAE



ปรงหนูเป็น พืชจำพวกพวกเฟิร์น สูง 0.50 - 1 เมตร มีลักษณะคล้ายปรงทะเล
สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์ ระบบรากฝอย เป็นรากเส้นเล็กๆจำนวนมาก ขนาดสม่ำเสมอตลอดความยาวของราก งอกจากรอบ ๆ โคนต้น



ลำต้น เป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ชูส่วนของใบขึ้นมาเป็นกอ คล้ายกับปรงทะเล แต่ขนาดเล็กกว่า ส่วนมากจะขึ้นแยกเป็นต้น น้อยครั้งที่จะพบขึ้นเป็นกลุ่มเป็นกอ ใบ




ใบ
ใบในระยะต้นอ่อนเป็นใบเดี่ยว

ใบมีลักษณะ คล้ายกับปรงทะเล แต่มีขนาดเล็กกว่าและสั้นกว่า  ลักษณะใบยาวเป็นใบประกอบแบบขนนก  แผ่นใบรูปใบหอก  ก้านใบมีหนามแข็งสั้น ๆ ใบย่อยรูปขอบขนานแคบ หรือรูปใบหอก ขอบเรียบ ใบที่ไม่สร้างสปอร์ ปลายใบเรียวแหลม ก้านใบไม่มีหนามแหลมคม








ปรงหนู ส่วนมากแยกขึ้นเป็นต้นมากกว่าเป็นกลุ่ม ใบสั้นกว่าและมีช่วงห่างระหว่างใบต่อใบมากกว่าปรงทะเล ก้านใบไม่มีหนาม

ปรงหนู พบในป่าชายเลนที่ค่อนข้างสูง มีน้ำท่วมถึงเป็นบางครั้ง

ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับ ตบแต่งสวนหย่อม

หมายเหตุ
ปรงหนูไม่มีรากค้ำยัน แยกขึ้นเป็นต้นเดี่ยว ใบขนาดเล็ก ปลายใบเรียวแหลม แตกต่างจากปรงทะเล มีรากค้ำยัน ขึ้นอยู่รวมเป็นกอ ใบใหญ่กว่า ปลายใบกลมมีติ่งหนาม






ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://tanhakit.blogspot.com



ในการปลูกต้นไม้ที่ชอบอยู่กับน้ำในกระถาง มักเกิดปรงหนูขึ้นมาเองตามธรรมชาติอาจเป็นเพราะมีสปอร์ติดมากับพันธุ์ไม้ตั้งแต่แรก หรือบางครั้งมาจากสปอร์ของปรงหนูที่มีต้นเจริญงอกงามในบริเวณใกล้เคียง แม้จะถอนทิ้งจากกระถางออกไปแต่ในไม่ช้าก็จะเกิดต้นใหม่ขึ้นมาอีก บางครั้งปรงหนูก็ไปเกิดตามซอกของรากหายใจของต้นโกงกางที่ปลูกในกระถางก็มีบ่อย ๆ และต้นปรงหนูจะไม่โตนัก (เพราะถูกถอนทิ้งไปเสียก่อน)
แต่ปรงหนูที่เกิดเองตามพื้นดิน ก็จะมีความสูงได้ถึง 1 เมตร


พลอยโพยมมัวไปเสียเวลาหาถ่ายถาพปรงทะเลและปรงหนูที่อื่น ได้ภาพมาแล้วก็ไม่ถูกใจ เคยมีภาพที่ถ่ายไว้จำได้ว่าถูกใจแต่หาไม่พบว่าเก็บไว้ในไฟล์แผ่นไหน ( เสียเวลาหาเป็นวันเลย) ก็เลยตัดใจไปลองเดินสำรวจในที่ของตัวเอง แต่ก็ต้องผจญกับยุงเพราะทางเดินไปที่บ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาเดิมของที่บ้านร่มครึ้ม พบปรงทะเลมากมายหันซ้ายก็พบ หันขวาก็พบตลอดแนวทางเดิน  ต้นปรงทะเลอยู่ตามริมฝั่งแนวทางน้ำระหว่างบ่อ แต่ถ่ายภาพใกล้ ๆ ไม่ได้เพราะหญ้ารกมากรวมทั้งมีต้นไม้ป่าที่ปลูกไว้มากมาย (เป็นหลักพันต้น ทั้งที่โตแล้ว และเพิ่งปลูกใหม่เมื่อปีสองปีนี้) บางที่เมื่อเขยิบเข้าไปใกล้ ก็แทบตกหัวคะมำลงในคูน้ำ คิดแล้วก็ไม่คุ้มกันเลยก็เลยกลับบ้านดีกว่า มิหนำซ้ำลืมของไว้ท้ายบ่อ ต้องไปก้ม ๆ เงย ๆ หา (ถุงผ้าใส่กล้อง)



โดยเฉพาะพลอยโพยมก็อยากดูโคนต้นปรงทะเลด้วย หากอที่เหมาะว่าพอจะขุดคุ้ยดูได้ก็ต้องออกแรงเสียเหงื่อไปเป็นปี๊บ แถมเกือบหล่นลงน้ำก็หลายรอบกว่าจะแผ้วถางพืชพรรณที่ขวางทางออกไป ถูกหนามปรงทะเลตำมือ ถูกมดแดงกัดอีก และกอปรงทะเลก็เอนไม่ตั้งตรง ภาพรากค้ำยันปรงทะเลนั้นได้มาด้วยความยากลำบากเหลือแสน อยากจะขุดดูเหง้าก็หมดหนทางจริง ๆ



พลอยโพยมเล่าให้คนใกล้ตัวฟังว่า ไม่ถูกใจภาพปรงทะเลเลย ถ่ายภาพหลายรอบแล้ว จึงได้รู้ว่าแค่ข้าง ๆ บ้านนี่เอง มีทั้งต้นปรงทะเลและปรงหนู (บนพื้นดิน) แต่อนิจจา กว่าจะรู้ข้อมูล ก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว กรรมของพลอยโพยมจริง ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น