Header

Header

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สู่แดนพระพุทธองค์ ๑๐๓ พระนางยโสธราพิมพา พระภัททากัจจานาเถรีเสด็จสู่นิพพาน




พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลเล่าความฝัน
ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล อ้างอิง อรรถกถามหาสุบินชาดก เอกนิบาต ขุททกนิกาย สุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕๖ หน้า ๒๑๖-๒๔๑ ขอขอบคุณภาพจากkmnha.nha.co.th

พระเจ้าปเสนทิโกศ ได้ทรงเสาวนาการว่า พระนางพิมพาภิกษุณีจักดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน ก็เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังมาเฝ้าคอยอยู่ที่บริเวณพระมหาวิหารเป็นเวลานาน ครั้นทอดพระเนตรเห็นพระเถรีออกมาจากที่เฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกับภิกษุณีสงฆ์บริวาร จึงทรงกรากเข้าไปถวายนมัสการแล้วอาราธนาว่า

"ข้าแต่สมเด็จพระแม่เจ้า! ปราสาทยอดของโยมนี้สร้างไว้ที่ริมพระเชตวันมหาวิหาร อันมีชื่อว่ากูฏาคาร ที่นั่นเป็นสถานที่สบายนัก ขออาราธนาสมเด็จพระแม่เจ้าจงไปเข้าสู่นิพพาน ณ ที่นั่นเถิด"

" พระนางพิมพาภิกษุณีทูลตอบพระเจ้าปเสนทิโกศล"
"ดูกรมหาบพิตรพระองค์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ! กูฏาคารนั้น มิใช่สถานที่อันควรแก่การที่ภิกษุณีสงฆ์จักเข้าสู่นิพพาน ด้วยว่ากูฏาคารนั้นเป็นพุทธสถานที่สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เคยประทับไม่ควรแก่อาตมภาพซึ่งเป็นสตรี ขอถวายพระพร



ขอขอบคุณภาพจากm.dmc.tv
เป็นการสื่อภาพแทน สำหรับm.dmc.tv เป็นภาพตอน โลสกชาดก


ลำดับนั้น บรรดามหาเศรษฐีและคฤหบดีทั้งหลาย ซึ่งมีความเคารพเลื่อมใสในพระนาง ทั้งล้วนเป็นอุปัฏฐากใหญ่ในพระพุทธศาสนา เป็นต้นว่า
ท่านอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี
จุลอนาถบิณฑิกเศรษฐี
นางวิสาขามหาอุบาสิกา
นางสุปวาสามหาอุบาสิกา
รวมทั้งแพทย์หลวง หมอชีวกโกมารภัจจ์
ซึ่งมีศรัทธาปรารถนาจักให้พระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้าไปเข้าสู่นิพพานในอารามที่ตนสร้างไว้ จึงต่างคนต่างก็เข้าไปถวายนมัสการที่พระบาทแล้วทูลอาราธนา แต่ก็ถูกพระนางปฏิเสธเสียสิ้น โดยอ้างว่าเป็นพุทธสถานไม่ควรแก่การที่พระภิกษุณีจักเข้าไปใช้ร่วม แม้จะเป็นการดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานก็ตามที

แล้วพระนางก็ค่อยจรลีโดยบ่ายพระพักตร์ไปยังอารามของนางภิกษุณี ซึ่งเป็นสถานที่อันตั้งพระหฤทัยว่าจักดับขันธ์เข้าสู่นิพพานที่นั่น


ขอขอบคุณภาพจาก
สื่อเป็นภาพแทนซึ่งไม่ตรงกับบทจริงของm.dmc.tv สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์สัพพัญญูเจ้า จึงทรงมีพระมหากรุณาดำรัสสั่งพระเจ้าปเสนทิโกศลในขณะนั้นว่า


ขอขอบคุณภาพจากhttp://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2011/09/Y11028891/Y11028891.html

"ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภาร! ขอพระองค์พร้อมกับอำมาตย์ราชบริพารจงรีบเสด็จไปก่อนพระพืมพาเถรี จงไปจัดการตกแต่งประดับประดา ณ สถานที่ซึ่งเจ้าพิมพาจะดับขันธ์เข้าสู่นิพพานที่อารามของนางภิกษุณีให้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พระพิมพาเถรีไปถึงจึงจะควรนะมหาบพิตร แล้วเราตถาคตจะติดตามไปในภายหลัง"

ได้ทรงสดับพระพุทธดำรัสสั่งดั่งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ทรงน้อมพระองค์ลงถวายนมัสการที่พระยุคลบาทของสมเด็จพระชินวร แล้วก็รีบเสด็จพาอำมาตย์ราชบริพารด่วนจรไปยังอารามนางภิกษุณี โดยมีบรรดามหาเศรษฐีคฤหบดี และพราหมณ์ มหาศาลตามเสด็จไปด้วย

ครั้นถึงแล้ว ต่างคนก็เร่งรัดจัดการตกแต่งเครื่องสักการบูชา เป็นต้นว่าประทีปธูป เทียนธงฉัตรและดอกไม้ให้เป็นสถานที่อันวิจิตรอลังการควรแก่เป็นสถานดับขันธปรินิพพานแห่งสมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณีซึ่งมีบุญอันยิ่งใหญ่ แล้วพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้มีความเคารพเลื่อมใสในพระเถรีเป็นอันมาก จึงมีพระบรมราชโองการ ตรัสสั่งให้ปูลาดด้วยสุจหนี่ยี่ภู่พระเขนยทอง เบื้องบนให้ดาดเพดานห้อยย้อยไปด้วยบุปผาชาติอันมีกลิ่นหอมสุมาลัย แล้วให้วงด้วยพระวิสูตรสุวรรณรัตนะ ตามด้วยอัจกลับประทีปแก้วแล้วรายราชวัตรฉัตรธง ประดับเครื่องสูงสำหรับขัตติยมหาศาล แล้วให้ตั้งพานพนมแก้วพนมทอง และพนมบุปผาชาติต่างๆ มีทั้งธูปเทียนชวาลา ไว้คอยท่ารับเสด็จจนเสร็จเรียบร้อยเป็นอันดี





ก็เป็นเวลาที่พระนางพิมพาเถรี ซึ่งมีพระภิกษุณีสงฆ์พันหนึ่งแวดล้อมเดินทางมาถึงพอดี พระเจ้าปเสนทิโกศลบรมกษัตริย์จึงสั่งให้มหาอุบาสก ๒ คน คือ อนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี และจุลอนาถบิณฑิกมหาเศรษฐี กับมหาอุบาสิกา ๒ คน คือ นางวิสาขามหาอุบาสิกาและนางสุปวาสามหาอุบาสิกา ให้ออกไปเชิญเสด็จสมเด็จพระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้าเข้าไปภายใน

ครั้นเสด็จเข้าไปถึงแล้ว สมเด็จพระเจ้าปเสนทิโกศลก็อาราธนาให้เสด็จขึ้นไปสู่พระแท่นที่บรรทม พระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้าได้เสาวนาการคำอาราธนาของพระราชาธิบดีแล้ว จึงเสด็จขึ้นสู่พระแท่นที่บรรทม เอนพระองค์ลงไสยาสน์เหนืออาสนะอันวิจิตรอลังการ์นั้น มหัศจรรย์ก็ดลบันดาลบังเกิดมีเป็นประการต่างๆไปจนกระทั่งถึงพรหมโลก

ฝูงเทพเจ้าในฉกามาพจรสวรรค์ และบรรดามหาพรหมทั้งหลาย ครั้นได้ทราบความว่าสมเด็จพระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้า จะดับขันธ์เข้าสู่นิพพานในกาลวันนั้น ต่างองค์ต่างก็จัดแจงซึ่งเครื่องสักการบูชา รีบออกจากเทพยวิมานเมืองสวรรค์ชั้นฟ้าลงมาสู่อารามภิกษุณี เมืองสาวัตถีมหานคร ใช่แต่เทวดาอินทร์พรหมเท่านั้นก็หามิได้ แม้แต่เหล่าทิพยกายผู้วิเศษทั้งหลายคือ ยักษ์ นาค สุบรรณ และคนธรรพ์ ฤาษีสิทธิ์วิทยาธรทั้งหลาย บรรดาที่มีใจเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา เมื่อได้ทราบความต่างก็พากันมาจนเต็มไปทั้งห้องนภาดล




ขณะนั้น สมเด็จพระนางพิมพาเถรี จึงทูลถามพระราชาธิบดีปเสนทิโกศลขึ้นว่า

"ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภาร ! ขณะนี้เป็นเวลาประมาณสักเท่าใด? "

" ข้าแต่สมเด็จพระแม่เจ้า ! ขณะนี้เป็นเวลาสายัณห์ พระอาทิตย์จวนจะอัศดงคตแล้ว เจ้าข้า"

"ขอถวายพระพร มหาบพิตรพระราชสมภาร ! บัดนี้ สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์พระองค์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาเสด็จมาถึงหรือยังเล่า"

"ข้าแต่สมเด็จพระแม่เจ้า ! สมเด็จพระมหากรุณาสัพพัญญูเจ้ายังหาเสด็จมาถึงไม่ แม้สมเด็จพระราหุลบวรดนัย ก็ยังไม่เสด็จมาเจ้าข้า"

"ดูกรมหาบพิตรพระราชสมภาร ! ถ้าเช่นนั้น พิมพานี้จะดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานต่อเพลาปัจจุสมัยใกล้รุ่ง."

พระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้าตรัสฉะนี้ ก็ฝืนพระทัยพยุงกายลุกขึ้นแล้วก็แสดงพระธรรมเทศนาให้โอวาทแก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลายไปจนสิ้นปฐมยาม

เสร็จแล้วจึงให้เรียกภิกษุณีสงฆ์มาประชุมกัน ประทานโอวาทโดยนัยอันวิจิตรพิศดารจนสิ้นมัชฌิมยาม

ครั้นล่วงเข้าปัจฉิมยามจวนถึงปัจจุสมัย สมเด็จพระจอมไตรโลกนาถบรมศาสดากับพระราหุลอรหันต์ก็พาพระภิกษุสงฆ์บริวารเสด็จมาถึงพอดี

พระนางพิมพาเถรีถวายนมัสการพระชินสีห์เจ้าเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็อธิษฐานเข้าฌานสมาบัติเป็นลำดับไป ตั้งต้นแต่ปฐมฌานจนจึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน เป็นอนุโลมปฏิโลมกลับไปกลับมา

พอถึงเพลาปัจจุสมัยใกล้อรุณรุ่ง จึงอธิษฐานเข้าและออกจากจตุถฌานสมาบัติ แล้วพระนางแก้วพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้า ก็ดับขันธ์เข้าสู่อมตมหานฤพานทันใด



สมัยนั้น มนุษย์และเทวดาแต่บรรดาที่ยังเป็นปุถุชนตัดความรักอาลัยไม่ขาดไปจากขันธสันดาน เมื่อได้ทราบว่าพระนางเจ้าดับขันธ์เข้าสู่อมตมหานฤพานแล้ว ต่างก็พากันโศกาดูรร่ำไห้เสียงเซ็งแซ่ควรจะสงสาร ส่วนท่านที่เป็นอรหันตอริยบุคคลมีองค์สมเด็จพระทศพลสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ก็บังเกิดธรรมสังเวชในหฤทัยทุกถ้วนหน้า

คราทีนั้นสมเด็จพระอมรินทราธิราชเจ้าจอมสวรรค์ชั้นไตรตรึงษ์ จึงทรงมีเทวโองการให้อัญเชิญพระศพมาชำระสระสรงด้วยอุทกวารี

แล้วสมเด็จพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้เป็นใหญ่ จึงถวายผ้าเนื้อละเอียดให้หุ้มห่อบรมศพแห่งพระเถรี

เหล่าเทวดาและมนุษย์ที่มีศรัทธาเลื่อมใสก็ปลดเปลื้องเครื่องประดับออกจากกาย ถวายให้เป็นเครื่องประดับพระศพกันมากมายหนักหนา

มีคำที่พระโบราณาจารย์พรรณนาไว้ว่า พระบรมศพของพระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้าในวันนั้น ทรงไว้ซึ่งความงามโสภายิ่งกว่าเทพอัปสรสวรรค์ทุกชั้นฟ้าเสียอีก

ลำดับนั้น ท่านท้าวสุทธาวาสมหาพรหมผู้วิเศษ ซึ่งด่วนจรมาแต่สุทธาวาสพรหมโลกด้วยศรัทธาเลื่อมใส ก็อธิษฐานใจเนรมิตด้วยพรหมฤทธิ์ ให้เป็นหีบทองเข้ารองรับพระศพใส่ไว้เป็นอันดี

ฝ่ายสมเด็จท้าวโกสีย์อมรินทราธิราช ก็เนรมิตด้วยเทพฤทธิ์ ให้บังเกิดเป็นเมรุทองมียอดได้ ๕๐๐ ยอด มีสัณฐานงดงามรุ่งเรืองเลื่อม พรรณรายกอปรไปด้วยเครื่องประดับอันวิจิตร

นอกจากพรหมและเทวดาจักเนรมิตด้วยฤทธิ์แห่งตนแล้ว บรรดามนุษย์ทั้งหลายต่างก็พากันตกแต่งประดับประดาด้วยฉัตรธงเป็นอาทิ แล้วก็อัญเชิญพระบรมศพขื้นสู่พระเมรุทองประโคมด้วยดุริยดนตรีเสียงพิลึกกึกก้องโกลาหล

สมเด็จพระทศพลสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสแก่องค์อมรินทราธิราชซึ่งประทับยืนอยู่ในขณะนั้นว่า เราตถาคตจะประทานเพลิงศพเจ้าพิมพาก่อนผู้อื่นใดในกาลบัดนี้



สมเด็จท้าวโกสีย์ผู้ใหญ่ในไตรตรึงษ์สรวงสวรรค์ ได้สดับพระพุทธฎีกาดั่งนั้น ก็มิได้ทรงรอช้าให้เสียเวลา น้อมนำเอาเพลิงอันเกิดแต่แว่นแก้วมณีเข้าทูลถวายทันที

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับเอาเพลิงมาแต่หัตถ์ท้าวโกสีย์ แล้วก็ทรงประทานเพลิง

ต่อจากนั้น จึงพระพรหมเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ต่างก็เข้าถวายเพลิงเป็นลำดับไปในภายหลัง

เพลิงที่มนุษย์และเทวดาถวายก็ดี เตโชธาตุที่บังเกิดขึ้นเองก็ดี ทั้งสองสิ่งนี้ได้รวมกัน เผาผลาญบรมศพพระนางพิมพาภิกษุณีเจ้าให้เป็นเถ้าถ่านละเอียดจุณวิจุณ แต่มาตรว่าพระอังคารก็มิได้เหลือหลง ยังคงมีแต่พระธาตุซึ่งมีพรรณอันงามดุจดอกมณฑาเท่านั้น

ครั้นการถวายพระเพลิงบรมศพพระนางซึ่งมีคุณใหญ่ เสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว

สมเด็จพระเจ้าปเสนทิโกศลมหาราช จึงทรงกราบทูลองค์พระจอมไตรโลกนาถขึ้นในขณะนั้นว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สมเด็จพระนางพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้าท่านดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานครั้งนี้ ปรากฏว่ามีมนุษย์และเทวดาอินทร์พรหมยมยักษ์ พากันมาสักการบูชาและถวายพระเพลิงมากมายยิ่งหนักหนา ควรจะเห็นว่ามากกว่าพระอรหันต์สาวกที่ดับขันธ์เข้าสู่นิพพานไปแล้วทั้งปวง




เมื่อเป็นเช่นนี้บรมธาตุอันมีพรรณงามดุจดังดอกมณฑา แห่งสมเด็จพระนางพิมพาเถรีที่เหลือปรากฏอยู่นี้ ควรจักนำไปประดิษฐานไว้ ณ ที่ใด พระเจ้าข้า"

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงเสาวนาการพระราชปุจฉาดังนั้น จึงทรงมีพระพุทธฎีกาดำรัสสั่งองค์ราชาธิบดีปเสนทิโกศล ให้ทรงสร้างพระสถูปเจดีย์ ณ สถานที่อันควรแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี เพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุสีดอกมณฑา แห่งองค์พระพิมพาเถรีภิกษุณีเจ้า เพื่อให้เหล่าเทวดาอินทร์พรหมและมนุษย์ ที่มีน้ำใจเคารพเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาได้กระทำคารวะสักการบูชาสืบต่อไปชั่วกาลนาน ด้วยประการฉะนี้

ในกาลเป็นที่อวสานแห่งบทอันว่านิสสรณวิมุตติ ใคร่ที่จักกล่าวสรุปความสำคัญ เพื่อให้ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายกำหนดจดจำได้ง่ายว่า นิสสรณวิมุตตินี้ หมายถึงความหลุดพ้นโดยการสลัดออกไป ตัวนิสสรณวิมุตติแท้ๆ ก็ได้แก่ พระนิพพาน อันเป็นยอดธรรมทางพระพุทธศาสนานั่นเอง สมจริงตามหลักฐานอันปรากฏมีในคัมภีร์สารัตถัปปกาสินี อรรถกถาสังยุตตนิกาย โดยอรรถพรรณนาว่า

นิพฺพานํ สพฺพกิเลเสหิ นิสฺสชฺชตฺตา อปคตตฺตา ทูเร ฐิตตฺตา นิสฺสรณวิมุตฺตีติ สํขํ คตํ


หมายเหตุ
เสาวนาการ, น. การฟัง, การได้ฟัง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.sujipuli.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539241829
http://www.palapanyo.com/pimpa
สมเด็จพระนางพิมพาภิกษุณี
จาก หนังสือ วิมุตติรัตนมาลี
รจนาโดย พระพรหมโมลี
วัดยานนาวา กทม.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น