Header

Header

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

นครกุสินารา ๔ พระเจ้าจักรพรรดิมหาสุทัสสนะ ๑



ขอขอบคุณภาพจากhttp://board.palungjit.org/f13/พระนางสามาวดี-เอตทัคคะผู้ถูกไฟคลอกก่อนไปสรวงสวรรณค์-317950.html

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า
ดูกร อานนท์ กุสินารานคร มีนามเดิมว่า กุสาวดี มีพระเจ้าจักรพรรดิทรงพระนามว่า มหาสุทัสสนะ เป็นกษัติฃริย์ผู้ได้มุรธาภิเษกในแผ่นดิน มีมหาสมุทรทั้ง ๔ ทิศเป็นขอบเขต โดยด้านยาว ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกวัดได้ ๑๒ โยชน์ ทิศเหนือและทิศใต้ วัดได้ ๘ โยชน์


พระเจ้ามหาสุทัสสนะ จักพรรดิผู้เป็นอิสราธิบดีในปฐพีมงคล ทรงชำนะปัจเจกมิตรโดยธรรม ไม่ต้องใช้ทัณฑ์และสาตราวุธ ชนบทชายแดนสงบราบคาบ ปราศจากโจรผู้ร้าย ประตูบ้านปราศจากลิ่มสลัก เป็นนครที่รื่นรมย์ ร่มเย็นสมเป็นราชธานีแห่งพระเจ้าจักรพรรดิราชอย่างแท้จริง ถึงกระนั้นก็ตาม เมืองกุสาวดียังได้แวดล้อมด้วยกำแพงสูง ๗ ชั้น แต่ละกำแพงทำด้วยวัตถุแตกต่างกันไป คือ ทอง เงิน แก้วไพฑูรย์ และแก้วผลึก ตามลำดับ



พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงมีแก้ว ๗ ประการดังนี้



๑. จักรแก้ว (จกฺกรตน) อันเป็นทิพย์ปรากฏขึ้นแก่ท้าวเธอ เมื่อท้าวเธอสรงสนานพระเศียรในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ อันเป็นวันอุโบสถ พระองค์ทรงถือศีล รักษาอุโบสถ (คือ ๘) จากนั้นจึงชูจักรแก้วขึ้นด้วยพระหัตถ์ขวา แล้วกล่าวว่า

"จักรแก้วอันเจริญ จงหมุนไป จงนำชัยชนะกลับมาพลัน จักรแก้วน้้นก้หมุนไป เมื่อจักรแก้วนั้นหมุนไปหยุดอยู่ ณ ประเทศใด ๆ ท้าวเธอพร้อมด้วยจาตุรงคสันนิบาต จะเสด็จเข้าไปพักแรมในประเทศนั้น ๆ พระราชาผู้เป็นปฏิปักษ์ย่อมนอบน้อมต่อท้าวเธอ "

๒.ช้างแก้ว (หตฺถิรตน) เป็นช้างเผือกล้วน เป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ มีฤิทธิ์ไปในอากาศชื่อว่า อุโบสถ ท้าวเธอจะเสด็จขึ้นทรงแล้วเสด็จเลียบไปตลอดปฐพี อันมีสมุทรเป็นขอบเขต แล้วจึงเสด็จกลับกรุงกุสาวดีเพื่อเสวยพระกระยาหารเช้า เป็นเช่นนี้ทุกวัน

๓.ม้าแก้ว (อสฺสรตน) เป็นม้าสีขาวปลอดแต่ศรีษะดำ มีฤิทธิ์เหาะได้เหมือนกับช้างแก้วมีชื่อว่า "วลาหกกอัศวราช"


ขอขอบคุณภาพจากhttp://0.static-atcloud.com/files/entries/5/51567/images/1_original.jpg

๔. แก้วมณี ( มณิรตน) เป็นแก้วไพฑูรย์อันเกิดเองอย่างบริสุทธิ์ สุกใส แวววาวสมส่วนทุกอย่าง แสงสว่างของแก้วมณีแผ่ไปโดยรอบ ประมาณ ๑ โยชน์ แม้ในยามราตรีแสงแห่งแก้วมณี ก็สาดส่องสว่างไสวราวกับว่าเป็นกลางวัน

๕. นางแก้ว (อิตฺถีรตน) เป็นสตรีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ผิวพรรณผุดผ่อง มีกลื่นจันทน์หอมฟุ้งออกจากร่างกาย กลิ่นอุบลหอมฟุ้งออกจากปาก ตื่นก่อนนอนทีหลัง ประพฤติต้องพระทัย

๖.คหบดีแก้ว (คหปติรตน) หรือเรียกว่าขุนคลังแก้ว เป็นคนช่วยจัดการทรัพย์สินอย่างดีเลิศ เป็นคนตาทิพย์ เพราะเกิดจากผลแห่งกรรม สามารถมองขุมทรัพย์ที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ


๗ ปรินายกแก้ว (ปริณายกรตน) หรือเรียกว่า ขุนพลแก้ว เป็นบัณฑิตเฉียบแหลม มีปัญญาสามารถจัดการเรื่องที่ควรเสด็จ หรือไม่ควรเสด็จถวายแด้ท้าวเธอ


ขอขอบคุณภาพจากblog.lenyajewelry.co.th

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สู่แดนพระพุทธองค์ อินเดีย-เนปาล โดยพระราชรัตนรังษี (ว.ป.วีรยุทฺโธ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น