Header

Header

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

[บทความ] ปลาสร้อย....ลอยล่องธาร

ปลาสร้อย....ลอยล่องธาร



ปลาสร้อยขาว

ปลาสร้อยขาว

ปลาสร้อยที่พบเห็นในลำน้ำบางปะกงคือปลาสร้อยขาว

กาพย์ยานี ๑๑
ปลาสร้อยลอยล่องชล
ว่ายเวียนวนปนกันไป

เหมือนสร้อยทรงทรามวัย
ไม่เห็นเจ้าเศร้าบ่วาย
กาพย์เห่เรือบทชมปลา พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ไชยเชษฐ์สุริยวงศ์

ชื่อสามัญ ปลาสร้อยขาว (ภาคกลาง) ปลาสร้อยหัวกลม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ) ปลากระบอก (ภาคเหนือ)
ชื่อสามัญอังกฤษ: Siamens mud carp
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Henicorhynchus siamensis
อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน Cyprinidae


ปลาสร้อยขาวเป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กชนิดหนึ่ง




ปลาสร้อยขาว

ลักษณะทั่วไป

มีลักษณะลำตัวเพรียวยาว หัวโตและกลมมน ปากเล็กอยู่เกือบจะสุดจะงอยปาก ปลายของริมฝีปากล่างเป็นตุ่มที่สวมเข้ากับรอยต่อของขากรรไกรบนพอดี ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของปลาสกุลนี้ ไม่มีหนวด ครีบหางเว้าลึก เกล็ดมีขนาดปานกลาง ลำตัวสีเทาเงิน บริเวณหลังสีเงินอมเทาเข้ม

นิสัย-พฤติกรรมของปลาสร้อยขาวรักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง แต่ละฝูงมีจำนวนไม่มากนัก
ในฤดูผสมพันธุ์ คือช่วงฤดูฝน ประมาณเดือน มิถุนายน - กันยายน ปลาสร้อยขาวจะรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ ๆ เพื่ออพยพย้ายถิ่นออกจากหนองบึงโดยอพยพเป็นฝูงทวนกระแสน้ำไปไปหาที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์วางไข่ อันได้แก่บริเวณทุ่งนาและที่ลุ่มน้ำฝนท่วมขังอยู่ ไข่ครึ่งลอยครึ่งจม เมื่อเป็นลูกปลาจะหาอาหารเลี้ยงตัวและเจริญเติบโตอยู่ในแหล่งน้ำเหล่านั้น

ครั้นถึงปลายฤดูหนาว น้ำเริ่มแห้งขอดลง ปลาสร้อยขาวก็จะเดินทางออกจากแหล่งหากินลงสู่แม่น้ำลำคลอง และรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ ๆ ลอยหัวอยู่ตามผิวน้ำ ในช่วงนี้จะจับปลาสร้อยขาวได้ครั้งละมาก ๆ สาเหตุที่ทำให้ปลาลอยตัวอยู่ตามผิวน้ำนั้น อาจจะเป็นเพราะออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำมีปริมาณค่อนข้างต่ำ ทำให้ปลาต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ อาการเช่นนี้ ชาวประมงเรียกว่า "ปลาเมาน้ำ"



ปลาสร้อยขาว


ถิ่นอาศัย
มีอยู่่ทั่วไป พบในแหล่งน้ำหลาก แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ทุกภาคของประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม


อาหาร-ปลาสร้อยกินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร เช่นสาหร่าย แพลงก์ตอน อินทรีย์สาร สัตว์หน้าดิน แมลงน้ำ

ขนาด-ที่พบใหญ่สุดประมาณ 20 เซนติเมตร


มีชื่อเรียกอื่นในภาษาท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น สร้อยหัวกลม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, หรือ กระบอก ในภาคเหนือ

เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง เนื้อใช้ปรุงอาหาร ในอดีตถ้าจับได้ครั้งละมาก ๆ นิยมนำมาทำปลาร้า และทำน้ำปลา เป็นที่มาของน้ำปลารสชาติดี คือ "น้ำปลาปลาสร้อย" กล่าวกันว่าปลาซึ่งทำมาจากปลาสร้อยมีความอร่อยหอมหวาน

นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วย


กรมประมงสามารถเพาะพันธุ์ปลาสร้อยขาวได้สำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2528

นอกจากปลาสร้อยขาวแล้ว ยังมีปลาสร้อยอีก 2 ชนิด คือ


ปลาสร้อยหลอด หรือปลากาแดงมีถิ่นอาศัยบริเวณลุ่มน้ำโขง แม่น้ำภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย


และปลาสร้อยเกล็ดถี่ หรือปลาเรียงเกล็ด หรือปลานางเกล็ด ซึ่งพบมากในแม่น้ำลำคลองและในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งแม่น้ำทางภาคเหนือของประเทศไทย ใช้ปรุงอาหาร ทำปลาร้า หมักทำน้ำปลา

ที่มาของข้อมูล กรมประมง และ วิกิพีเดีย

ปลาสร้อยเป็นปลาขนาดเล็กแต่ขนาดก็ยังใหญ่กว่าปลาซิว ปลาสร้อยมักถูกคนไทย หยิบยกมาเปรียบเทียบคู่กับปลาซิวว่า ปลาซิว ปลาสร้อย หมายถึง สิ่งที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีความสำคัญนัก เพราะปลาทั้งสองจำพวกนี้เป็นปลาขนาดเล็กนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น